หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
do not hurry บทความจากสื่อ
     ฉันได้มาถึงแล้ว : หน้าแรก >บทความจากสื่อ> ก้าวไปด้วยกัน (ตอนที่ 4)
บทความจากสื่อ
ก้าวไปด้วยกัน
ตอนที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
เดินในวิถีแห่งสติ

เดินในวิถีแห่งสติ


เมื่อเราสื่อสารกับตัวเราเองเป็น
เราจะสามารถสื่อสาร
กับคนรอบข้าง
ตลอดจนสื่อสารกับสังคม
ด้วยภาษาแห่งความเมตตา
เป็นเช่นกัน
เมื่อนั้นสังคม
ก็จะเกิดความสันติตามไปด้วย

5
การเกิดการตายเป็นเพียงเกมส์

     "การอยู่ร่วมกันถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง แม้เธอจะเปี่ยมไปด้วยเจตนาดี แต่ก็อาจจะยัง ทำให้ผู้อื่นทุกข์หนักได้ แค่เจตนาดียังไม่พอ เราจำเป็นต้องรู้จักศิลปะในการสร้างความสุข ให้แก่ผู้อื่น ศิลปะเป็นสาระสำคัญของชีวิต แก่นของศิลปะก็คือการมีสติ เมื่อมีสติระลึกรู้ เธอก็จะแคล่วคล่องมากยิ่งขึ้น นี่เป็นบางสิ่งบางอย่างที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มาจากการปฏิบัติ"

     เป็นคำกล่าวถึงหัวใจการมีศิลปะการอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สังคม หรือ ชุมชนโลกไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือ เมตตาภาวนา : คำสอนว่าด้วยรัก (Teach on Love) ของ ท่านติช นัท ฮันห์

     หัวใจการภาวนาในครั้งนี้ แม้จะมีกิจกรรมการปฏิบัติที่เรียบง่าย เช่น การเดินร่วมกัน นั่งอยู่ด้วยกัน กินร่วมกัน ส่วนเด็กๆ มีกิจกรรมเพิ่มเติมขึ้นมาคือวาดภาพ เล่นฟุตบอล ร้องเพลง เกมส์ทายปัญหา โดยมีวิถีแห่งสติเป็นเครื่องนำทางพื้นฐานการปฏิบัติ ให้ทุกคน กลับมาสู่ลมหายใจ เมื่อได้ยินเสียงระฆัง

     ทำให้ทุกคนที่มาในที่แห่งนี้ แม้จะเป็นคนแปลกหน้า แต่เมื่อทุกคนต่างมีโอกาสสนทนา พูดคุยกับครอบครัวทางธรรมในกลุ่มย่อย ได้ซึมซับรับฟังปัญหา ข้อสงสัย ช่วยเหลือเกื้อกูล แนวทางการปฏิบัติดังกัลยาณมิตร ที่มีภิกษุ ภิกษุณีทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยง คอยดูแล ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

     หลายคนบอกว่า แม้ปัญหาข้อสงสัยจะไม่สามารถแก้ไข หรือปลดเปลื้องไปได้ในวันนี้ แต่การมีกัลยาณมิตรที่รับฟังเข้าใจเราอย่างลึกซึ้ง เพียงเท่านี้ ความทุกข์ความเศร้าหมอง ที่ขุ่นเคืองอยู่ในจิตใจก็ได้บรรเทาเบาบางแล้ว โดยตั้งใจว่าเมื่อกลับไปที่บ้าน พวกเขาจะ หมั่นฝึกฝนการเจริญสติให้เกิดขึ้นกับตัวเอง มองคนในครอบครัวด้วยสายตาแห่งความรัก ความเข้าใจ และความปรารถนาดีต่อกัน


     ที่สำคัญ กิจกรรมการอบรมภาวนาตามแนวทางหมู่บ้านพลัมจะให้ความสำคัญกับเด็ก เพราะถือว่าเด็กเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้ใหญ่ จะต้องดูแลเอาใจใส่ หากเด็กๆ มีความสุขสดชื่น ผู้ใหญ่ต่างก็พลอยยินดีมีความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะจึงปรากฏขึ้นตลอดการ เข้าร่วมกิจกรรม ทำให้ทุกคนเข้าถึงพระธรรมคำสั่งสอน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป รวมทั้งอาหารมังสวิรัติด้วยที่ในตอนแรก ดูเหมือนว่า เด็กจะรับประทานกันไม่ไหว แต่ในที่สุด 5 วันผ่านไป ปรากฎว่าไม่มีเด็กคนไหนร้องหาไข่เจียวเลย วันสุดท้ายทาง ไร่หวานสนิทจึงทำไข่พะโล้เป็นของขวัญสำหรับเด็กๆ (รวมทั้งผู้ใหญ่ด้วย)

     ในคืนสุดท้ายก่อนที่จะมีพิธีรับศีล (ข้อฝึกอบรมสติ 5 ประการ) และ คำสัญญาสองข้อ ที่เด็กจะร่วมถือปฏิบัติในชีวิตประจำวันคือ ข้อ 1. พัฒนาความเข้าใจเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และ ข้อ 2.พัฒนาความกรุณาเพื่อปกป้องชีวิต เพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์ และ แร่ธาตุ เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งเด็กๆ ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติมาใช้ในการแสดงในคืนวันที่ 14 ตุลาคม ทำให้ ผู้ใหญ่หัวเราะไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นนิทานซินเดอเรลราเวอร์ชั่นใหม่ ที่ตอนสุดท้ายเจ้าชายออกบวช เป็นต้น

     นอกจากนี้ก็มีการแสดงของครอบครัวต่างๆ ที่มาอยู่ร่วมกัน 5 วัน เพียงเวลาสั้นๆ ก็ทำให้ใครหลายๆ คนเปลี่ยนแปลง และสะท้อน ออกมาในการแสดงนั้น บางกลุ่มที่มีหน้าที่ทำความสะอาดห้องน้ำ ก็ทำการแสดงโดยการนำไม้ถูพื้น แปรงขัดส้วม ออกมาเริงระบำ ไปกับลมหายใจด้วยความสุข แต่ละกลุ่มมีภิกษุและภิกษุณีเป็นพี่เลี้ยง พร้อมทั้งออกมาร่วมการแสดงด้วย คณะนักบวชได้นำ การเชิญระฆังเพื่อให้เรากลับมาอยู่กับลมหายใจ เพื่อให้เราไม่ขาดสติไปกับการหัวเราะ ร้องรำทำเพลงมากเกินไป ทำให้เราเรียนรู้ ที่จะหยุดให้เป็นในทุกจังหวะของการเพลิดเพลิน เด็กๆ ทุกคนภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ที่พวกเขาได้ร่วมแสดงและ ช่วยกันคิด สำหรับผู้ใหญ่ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงในห้องประชุมอย่างละทิ้งตัวตน ทำให้การอยู่ร่วมกันในครั้งนี้ ทุกคนต่างมี ความสุขและเบิกบานไปพร้อมกัน


     ตอนท้ายของการแสดง ภิกษุฟับตื่น หมายถึงธรรมะอันบริสุทธิ์ ชาวเวียดนาม ได้ร้องเพลง "แห่งการไม่เกิดไม่ตาย" ที่หลวงปู่นัท ฮันห์แต่งขึ้นมาเป็นภาษาเวียดนาม แล้วหลวงพี่นิรามิสา เป็นผู้แปลให้เรารับทราบความหมายอันลึกซึ้ง เราจดจำได้เพียงบางประโยคว่า...

ฉันเป็นอิสระ เพราะฉันไม่เคยเกิดและไม่เคยตาย
ฉันเป็นดั่งดวงดาวในท้องฟ้าที่ไม่อาจนับได้
การเกิดการตายเป็นเพียงเกมส์กดที่เล่นกันเท่านั้นเอง
และเราจะพบกันอีก
พบกันในวันนี้
พบกันในวันพรุ่งนี้
ในทุกๆ ที่ ทุกๆ แห่ง
เราจะพบกันอีกในทุกๆ วัน
ชีวิตฉันเป็นอิสระอยู่เสมอ ...
ภิกษุฟับตื่น

     เมื่อฝึกปฏิบัติเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องด้วยวิถีแห่งสติเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในทุกๆ เวลา ทุกๆ สถานที่ ทุกๆ ขณะจิต ในที่สุดเมื่อเมล็ดพันธุ์ในแง่บวกที่ถูกรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขจะงอกเงย เราจะรู้จัก การสื่อสารกับตัวเราเองอย่างลึกซึ้ง เมื่อเราสื่อสารกับตัวเราเองเป็น เราจะสามารถสื่อสารกับคนรอบข้าง ตลอดจนสื่อสารกับสังคม ด้วยภาษาแห่งความเมตตาเป็นเช่นกัน เมื่อนั้นสังคมก็จะเกิดความสันติตามไปด้วย โดยไม่ต้องพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงผู้อื่น โดยที่ตัวเราไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราก่อน... ๐


ตอนที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5


จากบทความเรื่อง "ก้าวไปด้วยกัน" (walking together)
เรื่องและภาพโดย : ภัททิยา และ หมอนไม้
เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 808

Plum Village | Village des Pruniers | Deer Park Monastery | Green Mountain Center | Blue Cliff Monastery | Làng Mai

หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
   
สอบถามข้อมูลข่าวสารได้ที่ E-mail: awakeningsource@yahoo.com  
  ติดต่อผู้ดูแล website ได้ที่ E-mail: chakhi_chirachit@yahoo.com  

ปรับปรุง : 16/08/2551

www.thaiplumvillage.org