

การนั่งสมาธิเหมือนการกลับบ้านเพื่อใส่ใจและดูแลตัวเอง เหมือนพระพุทธรูปบนแท่นบูชา ที่ฉายความสงบสันติแห่งพระพุทธเจ้า เราสามารถฉายความสงบและมั่นคงออกไปได้เช่นกัน เรานั่งหลังตรงอย่างสง่างาม ตั้งใจเต็มเปี่ยมกับสิ่งภายในและสิ่งที่แวดล้อมเรา ปล่อยความคิด ให้เปิดกว้าง และให้หัวใจของเรานั้นเมตตาและอ่อนโยน
การนั่งสมาธินั้นเป็นการบำบัดเยียวยา เราตระหนักรู้ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจ ความโกรธ ความเจ็บปวด และความขุ่นเคือง หรือ ความเบิกบาน ความรัก และสันติภาพ ไม่ว่าจะอย่างไร เราอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้โดยไม่ถูกทำให้เคลิบเคลิ้มไป เชื้อเชิญมาสู่เรา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีความจำเป็นต้องผลักไส กดดัน หรือแสร้งทำว่าความคิดเหล่านั้นไม่มีอยู่ เฝ้าสังเกตความคิด และการปรุงแต่ง ด้วยการยอมรับและด้วยดวงตาแห่งความกรุณา เราเป็นอิสระและสามารถสงบ มั่นคงได้ แม้ว่าอาจเกิดพายุร้ายขึ้นในใจ
หากขาหรือเท้าของเราชา หรือเริ่มเจ็บในระหว่างการนั่ง เราอาจเปลี่ยนท่านั่งอย่างเงียบๆ หากเรายังคงดำรงสมาธิ โดยตามลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ และเปลี่ยนท่านั่งด้วยความใส่ใจ
ในระหว่างการนั่งสมาธิ เราสามารถฝึก คินห์ ฮันห์ ซึ่งคือ การเดินสมาธิภายในอาคาร ได้ด้วย แต่ละย่างก้าวเราหายใจเข้าหรือออก ตระหนักว่าสังฆะรายล้อมเรา เราสัมผัสถึงความผสาน สอดคล้องของร่างกายที่กว้างใหญ่ขึ้น ทุกๆ คนกำลังเคลื่อนไหวไปพร้อมกันอย่างช้าๆ และมีสติ
คำแนะนำในการปฏิบัติสามารถอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือ The Blooming of a Lotus ของหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ หรืออาจารย์สอนธรรมะท่านอื่นก็ได้
เราควรที่จะไปถึงศาลาปฏิบัติก่อนเวลาสักห้านาที เพื่อที่ทุกๆ คนจะได้นั่งกันอย่างสบาย ก่อนที่จะเชิญระฆังแห่งสติ เพื่อเริ่มการฝึกปฏิบัติ เราไม่ควรจะเข้าไปในห้องปฏิบัติหลังจากที่ เชิญระฆังแล้ว ถ้ามาสาย กรุณาอยู่ข้างนอกและเบิกบานกับการเดินสมาธิ
|