หน้าแรก
Extraordinary Songkran 2020 PDF Print

สถานปฏิบัติธรรมนานาชาติหมู่บ้านพลัมประเทศไทย

บ้านสระน้ำใส อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา

8 เมษายน 2563


ขอต้อนรับวันสงกรานต์สุดพิเศษปี 2563

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสงกรานต์แล้ว บรรยากาศที่สถานปฏิบัติธรรมหมู่บ้านพลัมค่อนข้างสงบเงียบ บรรดาหลวงพี่ในคณะผู้ดูแลวัดก็กำลังเตรียมจัดพิธีให้กับคณะสงฆ์ที่นี่ได้ฉลองสงกรานต์ร่วมกันดั่งครอบครัวทางจิตวิญญาณ เราจะมีความเบิกบานอย่างเต็มที่ได้อย่างไร เมื่อโลกกำลังเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความกลัวและความวิกฤติจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงสงกรานต์ของทุกปี คณะสงฆ์หมู่บ้านพลัมมีความสุขมากที่ได้จัดงานภาวนาครอบครัวให้กับพี่น้องชาวไทย เป็นปีใหม่ไทยที่มีความหมาย มีวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณอันเปี่ยมด้วยความเบิกบานและความแน่นแฟ้นระหว่างสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิท ถึงแม้ว่าตอนนี้บรรดานักบวชดำรงอยู่อย่างสงบและได้รับการปกป้องจากพลังแห่งพระพุทธ เหล่าองค์ผู้พิทักษ์ธรรม บรรพบุรุษของแผ่นดินและธรรมชาติ แต่พวกเราก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจและระลึกถึงพี่น้องญาติธรรมทุกท่าน เนื่องด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน พวกเราไม่สามารถออกไปช่วยเหลือข้างนอกวัด สิ่งที่เราทำได้คือ นั่งสมาธิ เดินสมาธิ สวดมนต์ ภาวนาให้โลกของเราปลอดภัย ขอให้เพื่อนมนุษย์ยุติการระบาดได้ในเร็ววันและกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ พวกเราขอมอบพลังแห่งความมั่นคง การดำรงอยู่อย่างสงบสุข และการนั่งสมาธิ สวดมนต์ กราบสัมผัสพื้นดิน ร่วมกับพวกเธอทางออนไลน์ เพื่อพวกเธอจะได้มีที่พึ่งพิง และไม่ถูกครอบงำไปกับความวิตกกังวลและความสิ้นหวัง

ถึงแม้ว่าปีนี้เราไม่อาจมาปฏิบัติธรรมร่วมกันได้เหมือนในปีที่ผ่านมา เพราะเราต้องฝึกการมีระยะห่างในสังคม  การเฉลิมฉลองสงกรานต์ตามพิธีทางพระพุทธศาสนาช่วยพัฒนาคุณธรรมและจิตวิญญาณของแต่ละบุคคล ครอบครัว และชุมชน ตามประเพณีทางพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ก็มีช่วงเวลาเข้าเงียบ ฝึกปฏิบัติภาวนาผู้เดียว เป็นเวลาหนึ่งหรือสองสัปดาห์หรือนานกว่านั้น เพื่อฝึกปฏิบัติให้เข้าถึงคำสอนของพระพุทธองค์ (ความจริงแท้) การเข้าพรรษาสามเดือนของสงฆ์ก็คือการปฏิบัติภาวนาแบบหมู่คณะ ถือเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามาก เพราะเราไม่ต้องเดินทางไปไหน และพักประจำอยู่ ณ ที่เดียวตลอดระยะเวลาสามเดือน ดังนั้นเราจึงมีเวลามากมายที่จะพัฒนา บ่มเพาะกายและใจ ให้มีความแข็งแรงและมั่นคงมากขึ้นในชีวิตนักบวช

การใช้ชีวิตในโลกภายนอกจะต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจและกิจกรรมมากมาย จึงเป็นการยากที่จะมีเวลาให้กับตัวเองและครอบครัว โปรดจงใช้โอกาสในขณะที่มีโรคระบาดนี้กลับมาดูแลตัวเอง  รับฟังตัวเองอย่างลึกซึ้งเพื่อจะได้เข้าใจและรักตัวเองมากขึ้น เมื่อเราสามารถเข้าใจและรักตัวเอง เราก็จะสามารถเข้าใจและรักคนอื่น ใช้โอกาสนี้อยู่กับครอบครัว คนที่เรารัก และทำให้คนที่เรารักมีความเบิกบานและความสุข บางครั้งเราบ่นว่าเราไม่มีเวลาที่จะใช้ชีวิต ที่จะรักและอยู่กับตัวเอง ช่วงนี้แหละคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดใช่มั้ยล่ะ หลวงปู่ติช นัท ฮันท์ พระอาจารย์ที่เคารพรักยิ่งของพวกเรา กล่าวว่า “เราจะรักได้อย่างไร ถ้าเราไม่สามารถอยู่ตรงนั้นอย่างแท้จริงกับคนที่เรารัก” “หากไม่ใช่เวลานี้ แล้วจะเป็นเมื่อไหร่เล่า”  ช่วงนี้ที่เราต้องอยู่กับบ้าน ถือเป็นโอกาสวิเศษที่พวกเราจะได้นั่งลงและแบ่งปันหยดน้ำอมฤตจากความคิด คำพูด และการกระทำของเรา  ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การกระทำอันเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะนำความอบอุ่น ความเบิกบาน ความสุขมาให้กับตัวเอง กับคนที่เรารักและคนอื่นๆ  เราไม่ต้องสาดน้ำกันเหมือนปีก่อนๆ (ถึงแม้ว่าเทศกาลเล่นสาดน้ำจะสนุกสนานและทำให้เราเชื่อมสัมพันธ์กัน) แต่เรารู้ว่าในหัวใจของเราทุกคนนั้นมีพุทธะองค์น้อยๆ ที่สามารถรับน้ำอมฤตแห่งความการุณย์ และทำให้ความศรัทธา ความปิติ ความสุข ความกรุณา ความสงบ และความเป็นอิสระ ได้เบ่งบานกลายเป็นพลังแห่งกุศล ที่จะช่วยลดทอนและแปรเปลี่ยนพลังงานแห่งความกังวล ความกลัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยซึ่งกำลังครอบงำพวกเราอยู่

ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน เราเรียนรู้ที่จะตอบรับสถานการณ์ต่างๆ เราไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะเรามีหนทางแห่งการปฏิบัติ แม้จะเกิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ความยากจน หรือโรคระบาดที่คร่าชีวิตมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เราก็ไม่ควรแตกตื่นตกใจ เพราะการเกิดและตาย (สังสารวัฏ) นั้นเป็นกฎแห่งธรรมชาติ เหล่าบรรพบุรุษของเราก็เคยประสบกับสิ่งเหล่านี้ กับความรู้สึกสูญเสีย แต่ท่านก็ได้เรียนรู้และผ่านพ้นไปได้ ท่านยังได้มอบประสบการณ์และทักษะเพื่อให้เราก้าวเดินต่อไป ท่านเสียชีวิตเพื่อเรา ดังนั้นเราจึงอยู่ต่อไปเพื่อท่าน  เมื่อท่านตาย ส่วนหนึ่งของเราก็ตายไปด้วย เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ ส่วนหนึ่งของท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ในตัวเราเช่นกัน  เพราะมีเธอ จึงมีฉัน  นี่คือคำสอนอันลึกซึ้งของความเป็นดั่งกันและกัน และความไม่มีตัวตน

โรคระบาดนี้กำลังเป็นเรื่องที่คุกคามอย่างสาหัส และติดต่อได้ง่ายมาก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก การระบาดครั้งนี้จะส่งผลกระทบอันแสนยากลำบากให้กับเศรษฐกิจทั่วโลก แต่สิ่งที่แสนสาหัสกว่านั้นคือความกลัว ความกลัวนั้นเองที่จะทำให้เราค่อยๆเหี่ยวเฉาและทำลายล้างเราได้ ความกลัวเป็นบ่อเกิดแห่งความวิตกกังวล ความซึมเศร้า ความสิ้นหวัง ความสับสน ความโกรธ และความรุนแรง หากเรามองการระบาดในอีกแง่มุมหนึ่ง เราก็จะเห็นได้ว่าสภาพอากาศของโลกนั้นสะอาด สดชื่นขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง ผู้คนได้กลับมาเรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการสร้างพลังนิสัยของการกินการอยู่ที่มีสติมากขึ้น ใช้ชีวิตช้าลง มีความพอเพียง และสุขภาวะที่ดีขึ้น

ถึงแม้ว่าแนวโน้มของการระบาดยังไม่ลดลง แต่ถ้าเรารู้วิธีที่จะจุดแสงแห่งสติ ใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้งในทุกชั่วขณะ เราก็จะสามารถตระหนักรู้และชื่นชมความงดงามของชีวิต พร้อมทั้งสิ่งต่างๆรอบข้างเรา ความกลัวและความเศร้าโศกก็จะไม่เกิดขึ้น ความไม่กลัวเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างได้  เราต่างหวังว่าจะมีวัคซีนต้านโควิดในเร็ววัน แต่อย่าปล่อยให้เราเพียงแต่นั่งรอวัคซีนเท่านั้น  จิตใจที่ประกอบด้วยความไม่กลัว และมีความเบิกบาน ความสุข ความรัก ความสงบ นั่นเป็นวัคซีนที่สำคัญและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง “อยู่อย่างเป็นสุข ตายอย่างสงบ” นี้คือคำสอนของท่านดาไลลามะ

ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย จงปกป้องคุ้มครองให้ทุกท่านอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ขอให้ท่านและครอบครัวมีวันสงกรานต์อันเปี่ยมด้วยความสงบสุขและความรัก

ด้วยความเมตตา

 

ภิกษุธรรมสติ

พระธรรมาจารย์อาวุโส ในนามของคณะสงฆ์ สถานปฏิบัติธรรมนานาชาติหมู่บ้านพลัม ประเทศไทย