หน้าแรก > ธรรมบรรยาย > ธรรมบรรยายโดยธรรมาจารย์ > สู่การปฏิบัติอันลึกซึ้ง
สู่การปฏิบัติอันลึกซึ้ง PDF Print

การปฏิบัติอันลึกซึ้ง
พระภิกษุตรุ่งหาย
๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๖


พระพุทธองค์เป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผู้ปฏิบัติที่ยิ่งใหญ่ ในประเพณีทางมหายาน เรากล่าวว่า พระพุทธองค์คือเพื่อนที่ดีของเราถ้าเราฝึกปฏิบัตินั่นคือเรากำลังเดินร่วม ทางกับพระพุทธองค์ เป็นเพื่อนกับพระพุทธองค์ เรารู้ว่า พระพุทธองค์เคยเป็นเหมือนกับเราทุกๆ คนคือมีความทุกข์ และพระองค์มีความตั้งใจที่จะหาหนทางเพื่ออกจากทุกข์นั้น การค้นพบของพระองค์ทำให้เรามีพุทธศาสนาในทุกวันนี้

บางครั้งเมื่อเราศึกษาพุทธศาสนา เราเรียนรู้พุทธประวัติ เรียนรู้พระธรรมคำสอน เราคิดว่ากิจของพุทธศาสนามีอยู่เท่านั้น แต่การเรียนรู้เท่านั้นยังไม่เพียงพอ มีคนมากมายในปัจจุบัน ที่เรียนรู้คำสอนของพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง แต่คนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นทุกข์ หลายคนยังคงจัดการอารมณ์ตนเองไม่ได้ ไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับผู้ที่ตนรัก เราจะหาหนทางด้วยการปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง การปฏิบัติอันลึกซึ้งนั้นแตกต่างจากการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งมาก

หากเรามองพุทธศาสนาในภาพ นับว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาสำคัญศาสนาหนึ่งของโลก มีจำนวนพุทธศาสนิกชนมากมาย คนเหล่านี้หมั่นสวดมนต์ ทำบุญ ทำทาน และปฏิบัติตามพิธีกรรม ด้วยความเป็นศาสนาพิธีกรรมจึงเป็นส่วนหนึ่งของพุทธศาสนาด้วย แต่เมื่อเราตระหนักรู้ เราจะเห็นว่าการปฏิบัติตามพิธีกรรมก็ยังไม่เพียงพอ การทำบุญ ทำทาน สวดมนต์ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ยังไม่ใช่สาระทั้งหมดของพุทธศาสนา โชคดีที่มีคนเรียนรู้พุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งมากมายและถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นมา สู่เรา ทำให้เรารู้ว่า หัวใจของคำสอนในพุทธศาสนาคืออะไร ปัจจุบันเรามีมหาวิทยาลัยด้านพุทธศาสนาอยู่มากมายทั่วโลก การเรียนในมหาวิทยาลัยเหล่านี้อาจเรียกว่า เป็นการเรียนด้านปรัชญา ชุดความรู้ทางพุทธศาสนา แต่แม้เราจะศึกษาพุทธศาสนาในทิศทางนี้ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี การปฏิบัติตามประเพณี พิธีกรรมนั้นช่างสวยงาม ความรู้ทางปัญญาก็ลึกซึ้ง จำเป็น แต่ทั้งสองสิ่งนี้ก็ยังไม่ใช่หลักสำคัญของพุทธศาสนา

ใน วิถีของหมู่บ้านพลัม เราสนับสนุนให้ประยุกต์พุทธศาสนาเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน นำหลักธรรมมาอยู่ในชีวิตของเราอย่างแท้จริง เพื่อให้เป็นพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่เราสามารถนำมาใช้ได้ในทุกสถานการณ์ สำหรับคนทุกวัย และแก้ไขทุกปัญหา เมื่อเรามองไปที่เด็กอายุ ๑๐-๑๓ ปี เราก็ลิ้มรสพุทธศาสนาที่มีอยู่ในตัวของเด็กคนนั้นได้ ถ้ามีหญิงชราอายุ ๘๐ ปี กำลังฝึกปฏิบัติเพื่อดูแลความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย เราก็จะสัมผัสกับวิญญาณของพระพุทธองค์ที่อยู่ในตัวของหญิงชราคนนั้น

เมื่อเรามองพุทธศาสนาในภาพรวม เราจะเห็นพุทธศาสนาในแง่พิธีกรรม และเห็นการเรียนรู้ในด้านเชาว์ปัญญาเป็นที่นิยมอย่างมาก หากเราประกอบพิธีกรรมมีจะคนมาร่วมเป็นหมื่นเป็นแสน  วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย ทางพุทธศาสนา มีคนสนใจเข้าเรียนเป็นหมื่นคน แต่ถ้าเราพิจารณาในรายละเอียด เราจะเห็นว่าพวกเราให้ความสำคัญกับพุทธศาสนาน้อยมาก เราพยายามนำพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวันน้อยมาก ถ้าหากเราเป็นเพื่อนของพระพุทธเจ้าเดินร่วมทางกับพระองค์ เราจะต้องช่วยกันนำพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้มากขึ้น เป็นจริงยิ่งขึ้น เจริญเติบโตเพิ่มขึ้น มิฉะนั้นแล้ว หากสถานการณ์ยังคงดำเนินไปเช่นนี้ อีกสัก ๑๐๐ ปีข้างหน้า พุทธศาสนาก็จะถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หรือเป็นเพียงหัวข้อเพื่อถกเถียงในการประชุมสัมมนาเท่านั้น

ในฐานะนักบวช ภิกษุ ภิกษุณี พวกเราเป็นอาสาสมัครที่จะนำพุทธศาสนากลับสู่ชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด นักบวชก็เป็นอาสาสมัครเช่นกัน ในประเพณีของหมู่บ้านพลัม เมื่อตั้งจิตที่จะเป็นอาสาสมัครนักบวชนั่นคือเราเป็นอาสาสมัครตลอดชีวิต

ฉัน ตั้งจิตที่จะเป็นอาสาสมัครนักบวชตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี และฉันมีคำถามต่อตัวเองว่า เมื่อฉันฝึกปฏิบัติฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าฉันกำลังดำรงอยู่ในการปฏิบัติ เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ระหว่างการเรียนรู้พระธรรม กับ การปฏิบัติในพระธรรม ฉันบวชในวัดของประเทศเวียดนาม ช่วง ๗ ปีแรกนั้นต้องเรียนรู้ท่องจำอย่างมาก ต้องจำทุกอย่างให้ขึ้นใจและฉันเคยคิดว่าถ้าฉันจำพระสูตร ท่องบทสวดมนต์ได้ทั้งหมดแสดงว่าฉันรู้แล้ว---แต่บัดนี้ผ่านมากว่า ๒๐ ปี ฉันรู้แล้วว่า นั่นเป็นเพียงการจำแต่ไม่ใช่การปฏิบัติ การจำกับการปฏิบัตินั้นต่างกันมาก

เราจะเคยเห็นว่ามีอาสาสมัครฆราวาสหรืออาสาสมัครนักบวชบางคนบางรูปตั้งใจปฏิบัติ มาก ปฏิบัติอย่างเต็มหัวใจ และบางครั้งก็ดูเคร่งครัด เคร่งเครียด บางครั้งเมื่ออยู่ในวัด แม้จะมีเสียงระฆังความเงียบอันประเสิรฐ (สัญญาณแห่งการพักผ่อนระฆังนี้จะดังหลัง ๒๑.๓๐ น.) ดังขึ้นแล้ว แต่หลายคนก็ยังคงนั่งสมาธิ เดินสมาธิ กราบสัมผัสพื้นดิน แม้จะห้าทุ่มแล้วแต่บางคนก็ยังคงเดินจงกรม เราอาจคิดว่าท่านเหล่านั้นกำลังปฏิบัติอยู่ จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่การปฏิบัติก็ได้ นี่เป็นเพียงการใช้ชีวิตเท่านั้น เป็นการใช้ชีวิตของผู้ฝึกปฏิบัติ ผู้ฝึกปฏิบัติต้องมีชีวิตด้วยการปฏิบัติ เช่นเดียวกับพวกเราหลายๆ คนที่เป็นพ่อ เป็นแม่ เราไม่ต้องพยายามที่จะเป็นคุณพ่อ เป็นคุณแม่ เมื่อมีลูก ก็ต้องเป็นพ่อเป็นแม่ไปโดยปริยาย ไม่ต้องพยายามที่จะเป็น

ใน การปฏิบัติของหมู่บ้านพลัม เราพยายามที่จะไม่เคร่งครัด เคร่งเครียด แต่พยายามที่จะใช้ชีวิตในฐานะของนักปฏิบัติ ถ้าเราเห็นพระภิกษุนั่งสมาธิครั้งละ ๓ ชั่วโมง เดินสมาธิ ๓ ชั่วโมงต่อวัน กราบสัมผัสพื้นดินวันละหลายๆ ครั้ง เราอาจจะรู้สึกว่า โอ้ช่างเป็นพระภิกษุที่ปฏิบัติเคร่งเหลือเกิน แต่ ภิกษุรูปนั้นอาจไม่ใช่นักปฏิบัติที่ดีก็ได้ หากเราเห็นพระภิกษุอีกรูปใช้เวลาอยู่ในสวนผัก ทำครัว ขุดดิน ล้างห้องน้ำ เราไม่เห็นท่านปฏิบัติในรูปแบบ(นั่งสมาธิ เดินจงกรม) เลย เราอาจคิดว่าท่านคงเป็นเพียงพระที่ช่วยงานในวัด ไม่ใช่พระนักปฏิบัติ ชีวิตนักบวชที่มากกว่า ๒๐ ปี นี้ ฉันเห็นว่าพระภิกษุที่ไม่ได้ปฏิบัติอยู่ในรูปแบบ ล้วนเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้น ถ้าพวกเราต้องการจะปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง เราไม่ควรถูกผูกมัดตัวเองด้วยการปฏิบัติในแบบแผน หลายคนคิดว่า ฉันอยากจะปฏิบัติให้ดีขึ้น ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่มีเวลาเลย ฉันต้องทำงาน แท้ที่จริงแล้วการปฏิบัติของพระพุทธองค์คือการใช้ชีวิต การปฏิบัติคือเราควรใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้งในทุกๆ ขณะ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ

ฉันบวชมา ๒๐ ปีแล้ว ฉันก้าวหน้าบ้างหรือไม่ หากจะเปรียบกับระยะทาง กรุงเทพ-ปากช่อง ผ่านมาแล้ว ๒๐ ปี ฉันอยู่หลักกิโลเมตรที่เท่าไรแล้ว หรือว่าฉันยังอยู่ที่เดิม ในประเทศเวียดนามมีคำกล่าวว่า หากไม่รู้จักการปฏิบัติอันชาญฉลาด เวลาจะไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้า มีแต่จะถอยหลัง นี่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับอาสาสมัครทุกประเภท หนุ่มสาวจำนวนมากที่ปรารถนาจะช่วยเหลือสังฆะ มีแรงปรารถนาที่จะเป็นนักบวช ในปีแรกเขาใช้ชีวิตและหายใจร่วมกับพระพุทธองค์ ปีที่สองเขาลาจากพระพุทธองค์ ปีที่สามเขาขอหย่าขาดจากพระพุทธองค์ ทำไมหนอ เวลาผ่านไป ๓ ปีเท่านั้น ชายหนุ่มที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้ากลับสูญเสียความมั่นใจนั้นไป ตลอด ๓ ปีนั้น ชายหนุ่มผู้นั้นใช้เวลานับพันชั่วโมงอยู่กับสังฆะ ร่วมงานภาวนาทุกครั้ง แต่เหตุใดกันเล่าความตั้งใจจึงสูญเสียไป คำตอบก็คือ เพราะเขาไม่มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ เช่นเดียวกับอาสาสมัครฆราวาสมีจิตใจงดงามอยากจะช่วยเหลือสังฆะ แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ไม่กี่เดือน ก็กลายเป็นคนเครียดมาก ยิ้มน้อยลง กล่าวโทษผู้อื่นมากขึ้น สูญเสียแรงบันดาลใจ คำถามใหญ่ที่ทุกๆ คนต้องถามตัวเองก็คือ เรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติจริงหรือไม่

ฉันทำงานกับอาสาสมัครหลายประเทศ ฟังคำถามเช่นนี้จากอาสาสมัครหลายคน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ  ขอให้พวกเราลองพิจารณาใคร่ครวญคำถามนี้

การปฏิบัติอย่างเต็มร้อยอาจไม่เพียงพอ แต่เราต้องปฏิบัติอย่างมีปัญญาด้วย

ถ้าใครบางคนได้ลองลิ้มรสชาติของการปฏิบัติที่แท้จริง เราก็จะหาเวลาเพื่อปฏิบัติและลิ้มรสชาตินั้นอีก ถ้าเราชอบกินทุเรียน เคยลิ้มรสชาติของทุเรียน เราชอบทุเรียน เราจะอุทิศเวลาเพื่อแกะเปลือกทุเรียนและเราจะไม่พยายามเปลี่ยนทุเรียนให้ เป็นมะม่วง แม้มะม่วงจะปอกง่ายกว่าทุเรียนก็ตาม ถ้าใครบางคนเคยลิ้มรสความสงบ ศานติ เมื่อฟังเสียงระฆัง เราจะรอคอยเสียงระฆัง เบิกบานเมื่อระฆังดังขึ้น เราไม่รำคาญเสียงระฆังนั้น  ตัว ฉันเองเมื่อปฏิบัติตามประตูธรรมต่างๆ ฉันพยายามจะทำอย่างสบายใจ ให้โอกาสและเวลาสำหรับตนเองเพื่อปฏิบัติ ฉันจะไม่ผลักดันตัวเองเพื่อเป็นผู้ปฏิบัติที่สมบูรณ์แบบ ในฐานะนักปฏิบัติที่ชาญฉลาด เราอย่าผลักดันตัวเองให้เป็นนักปฏิบัติที่สมบูรณ์แบบ


ฉันเริ่มฝึกปฏิบัติการฟังเสียงระฆังเมื่ออายุ ๑๓ ปี จนบัดนี้ฉันก็ยังไม่สามารถสงบได้เท่าที่ควรเมื่อได้ยินเสียงระฆัง  ถ้า ฉันคิดว่า เวลาผ่านไปถึง ๒๐ ปีแล้ว แต่ฉันยังเป็นผู้เชี่ยวชาญการฟังเสียงระฆังไม่ได้ ฉันก็จะสูญเสียพลังเพื่อจะปฏิบัติเรื่องอื่นๆ  เรามักจะสูญ เสียพลังแบบนี้เสมอ พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์นั้นกว้างใหญ่ไพศาลกว่ามหาสมุทร ฉันไม่มีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้ทั้งหมด เมื่อเข้าใจแบบนี้ ฉันจึงพยายามเรียนรู้อย่างเพียงพอเพื่อดูแลจัดการสถานการณ์ของตนเองได้เท่า นั้น คำสอนของพระพุทธองค์นั้นเปรียบเสมือนยา พระพุทธองค์เป็นแพทย์ที่สามารถจ่ายยาได้หลากหลายชนิด หลายโรค ถ้าฉันเป็นผู้ป่วยที่ชาญฉลาด ฉันต้องรู้ว่าฉันป่วยเป็นโรคอะไร ถ้าฉันป่วยเป็นโรคไตแต่ไปหาหมอแล้วบอกว่าฉันอยากจะได้ยารักษาโรคหัวใจคุณภาพ ดี ก็คงไม่ใช่คนไข้ที่ฉลาดนัก หากเรามีปัญหาเรื่องความโกรธ เราต้องหายาที่จะแก้ไขความโกรธ แต่ถ้าเรามีปัญหาเรื่องความซึมเศร้า ก็ต้องหายาเพื่อรักษาความซึมเศร้า เพื่อที่เราจะปฏิบัติได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น เราควรจะเลือกการปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับตัวเรา แต่อะไรล่ะคือความเหมาะสม


การจาริกธรรมของหลวงปู่ที่ผ่านมาหลวงปู่แบ่งปันในการบรรยายธรรมสำหรับนักบวช ๒-๓ ครั้งว่า อะไรคือการปฏิบัติที่เหมาะสม เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ในหนทางที่เหมาะสมสำหรับการเป็นอาสาสมัครนักบวชตลอดชีวิต

เราควรปฏิบัติในวิถีทางที่เราจะสามารถจัดการกับความทุกข์ของตนเองได้ เราควรปฏิบัติในวิถีทางที่จะสัมผัสความสุข ความเบิกบาน และบ่มเพาะความสุขความเบิกบานนั้นให้เกิดขึ้น ความสามารถสร้างความสุข ลดทอนความทุกข์ เป็นหัวใจสำคัญของผู้ปฏิบัติที่ดี ถ้าเปรียบกับยา ถ้ายานั้นสามารถรักษาโรคของเราให้หาย ช่วยให้เราแข็งแรงขึ้น นั่นเป็นยาที่ดี และเมื่อเรารู้แล้วว่ายานั้นเป็นยาดี หนทางนั้นเป็นหนทางที่เหมาะสม เราก็จะหมดความลังเลใจที่จะปฏิบัติต่อไปให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น


ตัวฉันเองเรียนรู้ตั้งแต่เด็กว่าบ้านของพระพุทธองค์นั้นมีประตูมากมาย และเป็นบ้านที่กว้างขวาง การที่เราจะเข้าไปในบ้านหลังนั้นเราจะเข้าทางประตูใดก็ได้ และเราควรจะเข้าประตูใดประตูหนึ่ง แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งมักจะชอบสำรวจประตูแต่ไม่เปิดประตู สำรวจประตูนั้นประตูนี้ และเมื่อสำรวจไปได้สัก ๑๐๐ ประตู เขาก็เสียชีวิตไป โดยไม่เคยได้เปิดประตูเลย เคยมมีคนหนึ่งจใช้เวลา ๓ ปี ในสายการปฏิบัติแบบเซนในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นปฏิบัติในนิกายสุขาวดีที่ประเทศจีน แล้วเดินทางไปปฏิบัติในอีกนิกายที่ประเทศพม่า เวลาผ่านไปถึง ๒๐ ปี เขายังตั้งคำถามว่า ‘อะไรคือสิ่งที่เหมาะกับฉัน’


พลังแรกที่เราควรจะมีคือพลังศรัทธา ซึ่งเกิดจากความเข้าใจอันแจ่มแจ้ง เมื่อเราพลังศรัทธา เราจะเพียรพยายาม ขยันอดทน เมื่อเรามีจิตตั้งมั่นเพื่อปฏิบัติ นั่นคือเราปลูกเมล็ดพันธุ์ลงในผืนดิน ผืนดินจะเป็นผู้ดูแลเมล็ดพันธุ์นั้นให้งอก เติบโต ผลิดอก ให้ผล เมื่อเป็นชาวสวนเราต้องวางใจต่อผืนดิน ผืนดินจะดูแลเมล็ดพันธุ์ให้เรา เราจะไม่ขุดคุ้ยผืนดินทุกวันเมื่อตรวจดูเมล็ดพันธุ์นั้น ไม่คอยตรวจเช็คว่าผืนดินทำงานให้เราหรือเปล่า เราจะต้องวางใจผืนดิน หน้าที่ของเราคือรดน้ำ และปกป้องพื้นที่นั้นให้ปลอดภัย นี่คือการเรียนพระธรรมของพระพุทธเจ้า เราต้องเชื่อมั่น วางใจ ในร่างกายและจิตใจของเรา ร่างกายและจิตใจของเราจะทำหน้าที่เหมือนผืนดินให้เมล็ดพันธุ์ได้งอกงาม สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์นั้น ถ้าเราต้องการปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง แต่เราไม่ให้เวลาสำหรับตัวเองเพื่อปฏิบัติก็ยากมากที่ต้นไม้ จะออกดอก ให้ผล


คำสั่งสอนของพระพุทธองค์นั้นไม่ใช่การปฏิบัติในวัด ไม่ใช่พิธีกรรม และไม่ใช่การเรียนในมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา การปฏิบัติของหมู่บ้านพลัม ไม่ได้ปฏิบัติในหอปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่ปฏิบัติในห้องครัว ห้องกินข้าว ห้องน้ำ การอาบน้ำ สวนผักก็เป็นห้องสมาธิด้วย เราใช้เวลาในห้องน้ำเพื่อปฏิบัติได้เช่นกันแม้จะเป็นเวลาเพียง ๒ นาที เราใช้เวลาทำกับข้าวเพื่อเป็นเวลาแห่งการปฏิบัติได้ การกินข้าวก็เป็นเวลาเพื่อการปฏิบัติ การปฏิบัติอย่างลึกซึ้งไม่ได้แปลว่าเราเรียนพระธรรมอย่างลึกซึ้ง แต่หมายความว่าเราใช้ชีวิตของเราอย่างลึกซึ้ง เมื่อเรามีความสุข ไม่มีปัญหาในครอบครัว ไม่มีปัญหาในวัดก็เป็นสิ่งง่ายมากที่จะปฏิบัติ แต่เมื่อเรามีปัญหากับสมาชิกในครอบครัว ในวัด ในสังฆะ ก็เป็นเรื่องยากมากขึ้นที่เราจะใช้ชีวิตเพื่อปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง พลังงานแห่งความโกรธ ความกังวล จะผลักดันให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการทำ เราจึงควรปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะพลังสติ ในทุกๆ อิริยาบถ ในชีวิต เพราะพลังแห่งสติคือพลังแห่งการปกป้อง คุ้มครองจากความทุกข์ ความโกรธ ความเดือดร้อนใจ


สังฆะที่รัก การปฏิบัติอย่างลึกซึ้งเป็นคำกล่าวที่ดีมาก เพื่อจะสามารถปฏิบัติได้อย่างลึกซึ้งเราจะต้องใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้ง เบิกบานกับชีวิตอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะทำได้ง่ายเมื่อเราอยู่ด้วยกันเป็นสังฆะ เราอาจจะปฏิบัติคนเดียวได้ก็ เช่นเราอาจจะพยายามปฏิบัติรับประทานอาหารอย่างมีสติตามลำพัง แม้สามีและลูกของเราจะรับประทานอาหารไปด้วย เปิดทีวีไปด้วย คุยไปด้วย พูดโทรศัพท์ไปด้วย การปฏิบัติจะง่ายขึ้นมากถ้าทุกคนปฏิบัติเหมือนๆ กัน


การปฏิบัติเป็นสังฆะจะสะท้อนให้เราเห็นการปฏิบัติของตนเอง สังฆะจะสะท้อนการปฏิบัติของเรา บางครั้งเราอาจรับรู้ผิดว่าเราปฏิบัติได้เป็นอย่างดี เรามีสมาธิ แต่นั่นอาจไม่ใช่ความจริง การอยู่ร่วมกันเป็นสังฆะจะเป็นการทดสอบว่าเราปฏิบัติอย่างลึกซึ้งจริงหรือ ไม่ สมาชิกในสังฆะอาจเป็นภิกษุ ภิกษุณี สามี ลูก หรือเพื่อนๆ ของเรา ตัวอย่างเช่นเมื่อเรานั่งสมาธิ ๓๐ นาที เราสงบมาก แต่เมื่อเดินเข้าห้องครัวแล้วพบว่าลูกชายเล็กๆ ของเราทำห้องครัวเลอะเทอะไปทั้งห้อง นาทีนั้นแหละคือนาทีแห่งการชี้วัดว่าเรามีการปฏิบัติอย่างลึกซึ้งหรือยัง

ความ โกรธเป็นสิ่งปกติ เพราะเราโกรธเช่นนี้มา ๒๐ ปีแล้ว แต่เมื่อเรามีสติเราจะเห็นความโกรธนั้น หายใจเข้า ฉันเห็นความโกรธ หายใจออกฉันรู้ว่าฉันโกรธ หายใจเข้า ฉันมีความโกรธ หายใจออก ยิ้มให้ความโกรธ นี่คือการปฏิบัติอันลึกซึ้ง นอกจากนี้ถ้าหากเรามีพลังแห่งสติมากขึ้น เราอาจจะเห็นว่า ลูกของเรายังไม่โตสักเท่าไร เขายังไร้เดียงสา ยังเล็ก เขาต้องการการดูแล การปฏิบัติจะทำให้เรารักลูกมากขึ้น การปฏิบัติไม่ได้เปลี่ยนแปลงลูกของเธอ แต่เปลี่ยนแปลงตัวเธอ การปฏิบัติจะเปลี่ยนแปลงการสื่อสารระหว่างแม่-ลูก


ในฐานะที่ฉันเป็นอาสาสมัครนักบวชซึ่งเป็นอาสาสมัครตลอดชีวิต นับเป็นงานที่ท้าทายมาก แต่ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้เราเข้าสู่การปฏิบัติอันลึกซึ้ง เราไม่ต้องเรียนมากมายนัก แต่เรียนพอที่จะปฏิบัติ อย่าคาดหวังให้เราเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่ควรให้เวลาตัวเราเพื่อลิ้มลองรสชาติของการปฏิบัติ  การปฏิบัติอันลึกซึ้งควรทดสอบด้วยการอยู่กับสังฆะ พระธรรมของพระพุทธองค์นั้นไร้ขอบเขต ชีวิตมนุษย์นั้นรับรู้ข้อธรรมได้จำกัด เราควรเลือกหยิบยาให้เหมาะกับร่างกายและจิตใจของเรา เมื่อเราได้ลิ้มลองยานั้น เห็นการแปรเปลี่ยน ได้รับผลดีจากยา เราจะมีศรัทธาเพื่อปฏิบัติให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น


ผู้ที่ปฏิบัติอย่างลึกซึ้งก็คือผู้ที่สามารถใช้เวลาใดๆ ก็ได้เพื่อปฏิบัติ ผู้ที่สามารถเห็นพระธรรมของพระพุทธองค์ในทุกๆ ขณะของชีวิต เป็นผู้ที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างลึกซึ้งในทุกๆขณะ