|
|
|
|

ดิฉันทำงานเกี่ยวกับกฎหมาย มีหน้าที่รับรู้ปัญหาเกี่ยวกับการทำผิด ทุจริต ไม่ซื่อสัตย์ จึงมีพื้นนิสัยรักความยุติธรรม แต่กลับพบว่าคนที่บริษัททำผิดศีลธรรม โกงกิน ติดสินบนเจ้าหน้าที่ และผิดลูกผิดเมีย ซึ่งทำกันเป็นกระบวนการ และผู้บริหารระดับสูงก็รู้เห็นเป็นใจ ดิฉันที่เป็นเพียงผู้น้อยในบริษัทรู้สึกอึดอัดใจมาก ดิฉันเคยคิดจะร่างหนังสือเพื่อจะส่งให้กับคณะกรรมการบริษัท แต่ก็ไม่ได้ส่ง เพราะกลัวว่าจะมีคนเดือดร้อน ตอนนี้ดิฉันปล่อยให้พวกเขาทำต่อไป แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าพวกเขา ฉันจะรู้สึกแย่และโกรธ ดิฉันเคยคิดจะลาออก แต่ก็คิดว่าฉันและบริษัทไม่ได้ทำอะไรผิด ดิฉันควรจะทำอย่างไรดี
|
|
|
|
|
|
|
|
|

|
ภิกษุณีสนกัลยา
Sister Pine
(Tung Nghiêm)
|
|
เพื่อนที่รัก
ขอบคุณมากสำหรับคำถามที่แบ่งปันจากหัวใจ นี่เป็นสถานการณ์ที่ทำให้เธอเจ็บปวดใจมาก แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับแปรเปลี่ยนและเยียวยาตัวเราเอง ไปพร้อมๆ กับสิ่งแวดล้อมของเรา
เมื่อเรารู้สึกเจ็บปวดในใจ รู้สึกเหมือนมีพายุอารมณ์พัดโหมในตัวเรา สิ่งที่เราต้องทำคือ หยุด และกลับมาดูแลบ้านที่แท้จริงภายในใจของเรา ลมหายใจอยู่ตรงนั้นเพื่อเราเสมอ เราสามารถพึ่งพาลมหายใจได้ทุกเมื่อ เราไม่จำเป็นต้องกดทับความรู้สึกของเรา เราเพียงแต่ใส่ใจความอ่อนโยนของอากาศที่หล่อเลี้ยงร่างกาย และปล่อยวางความตึงเครียดจากกายและใจของเรา เราอาจพูดกับตัวเองว่า
หายใจเขา ฉันตระหนักรู้ฉันกำลังหายใจเข้า
หายใจออก ฉันรู้ว่าลมหายใจออกกำลังปรากฎขึ้นในขณะนี้
นี่เป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก เรานำใจของเรากลับมาสู่กาย และตระหนักรู้ถึงลมหายใจที่เคลื่อนเข้าและออกจากร่างกาย เราสามารถสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ เมื่อจิตใจของเราค่อยๆ ผ่อนคลาย หากอารมณ์หรือพลังนิสัยของเรารุนแรงเกินกว่าที่เราจะดูแลได้ เราสามารถเปิดเสียงนำสมาธิหรือเพลงที่ผ่อนคลายเพื่อให้เรากลับมาสู่ตนเองได้ง่ายขึ้น หากเราสามารถเดินสมาธิในธรรมชาติ หรือเดินสมาธิในหอสมาธิ เราอาจจะก้าวไปหนึ่ง สอง หรือสามก้าว เมื่อหายใจเข้า เรากล่าวในใจว่า "เข้า เข้า เข้า" เมื่อหายใจออก เรากล่าวในใจว่า "ออก ออก ออก"
การฝึกปฏิบัติขั้นพื้นฐานเช่นนี้คือสิ่งที่เราสามารถทำได้ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง เราไม่ควรรอและค่อยปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติ เพราะยิ่งเราหล่อเลี้ยงลมหายใจในชีวิตประจำวันได้มากเท่าไหร่ เราจะยิ่งสามารถดูแลตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้นเมื่อพายุแห่งอารมณ์เกิดขึ้น เราอาจจัดสรรเวลาในช่วงเช้าและเย็น เพื่อเริ่มและจบท้ายแต่ละวันของเราด้วยความสดชื่นเบิกบานจากการความตระหนักรู้หายใจ เราอาจฝึกฝนการหายใจด้วยความตระหนักรู้เช่นนี้ตลอดทั้งวัน เช่นในเวลาที่เราได้ยินเสียงโทรศัพท์ เห็นไฟแดงระหว่างขับรถ ก่อนรับประทานอาหาร หรือในกิจกรรมต่างๆ ระหว่างวัน การฝึกฝนเช่นนี้มีประโยชน์มาก
หลังจากเบิกบานกับลมหายใจเข้าออกสัก 2-3 นาที เราสามารถแผ่ขยายความสนใจของเราไปสู่ส่วนที่เหลือของร่างกาย
หายใจเข้า ฉันตระหนักรู้ว่ามีความตึงเครียดและความเจ็บปวดในร่างกายของฉัน
หายใจออก ฉันผ่อนคลายและปลดปล่อยความตึงเครียดทั้งหมดในร่างกายของฉัน
|
ในขณะที่ร่างกายผ่อนคลาย เราสามารถน้อมใจกลับมารับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ หายใจพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวด โอบกอดดูแลความรู้สึกนั้นด้วยความรักและความเมตตาทั้งหมดที่เรามี เธอเลือกทำงานนี้ เพราะว่าเธอรักความยุติธรรม เธอตระหนักรู้และสัมผัสถึงความทุกข์ที่ทำร้ายความไว้วางใจในกันและกันด้วยการขโมย การโกหก หรือการกระทำทุจริตต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนต้องเดือดร้อน เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานหาความก้าวหน้าจากการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ เธอรู้สึกโกรธและเจ็บปวด เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องดำรงอยู่ตรงนั้นกับความรู้สึกของเรา ความรู้สึกเหล่านี้เป็นดั่งเด็กทารกน้อยๆ ที่กำลังเจ็บปวดและร้องไห้หาแม่ เธอคือเด็กทารก และเธอก็คือแม่ที่กำลังโอบอุ้มลูกน้อยด้วยความรักด้วยเช่นกัน
ให้เวลากับตัวเองเท่าที่ต้องการกับการ ตามลมหายใจ ผ่อนคลายร่างกาย และโอบกอดความรู้สึกของเธอ ซึ่งอาจจะใช้เวลาหลายวันหรือหลายอาทิตย์กับการฝึกแค่สองสามสิ่งนี้เท่านั้น จนกว่าเธอจะมีความมั่นคงและมีพื้นที่ภายใน มากเพียงพอที่จะพิจารณาสถานการณ์ที่ทำให้เธอเป็นทุกข์ โดยที่ไม่ถูกชักนำไปกับอารมณ์
เมื่อเรามีความมั่นคงเพียงพอ เราสามารถฝึกปฏิบัติ มองอย่างลึกซึ้งกับบุคคลที่ทำให้เราเป็นทุกข์ ทำไมเขาจึงทำแบบนี้? บางทีพ่อแม่ของเขาอาจไม่สามารถสอนให้เขาเห็นว่า การได้มาด้วยความไม่ซื่อสัตย์จะนำมาซึ่งความทุกข์ต่อตัวเขาเองและผู้อื่นในระยะยาว บางทีเขาอาจเคยเป็นเด็กที่มีแรงบันดาลใจและความหวังที่งดงาม แต่ถูกห้อมล้อมด้วยสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เขาเชื่อว่าทุกคนนั้นไม่ซื่อสัตย์ และเขาเองก็ควรฉกฉวยสิ่งที่เขาทำได้ พวกเราทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา ความกรุณา และความเมตตา ในขณะเดียวกันเราก็มีเมล็ดพันธุ์แห่งความหลง ความโกรธ และความโลภด้วยเช่นกัน สิ่งที่ปรากฏขึ้นในชีวิตของคนเราขึ้นอยู่กับเมล็ดพันธุ์ที่เราได้รดน้ำและถูกรดน้ำ หากเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับที่คนที่เราเรียกว่า "ศัตรู" เราก็อาจจะกระทำเช่นเดียวกับเขาก็เป็นได้
|
|
|
เมื่อเรามองอย่างลึกซึ้ง เราจะเห็นว่าคนที่สร้างความทุกข์ให้กับคนอื่นนั้นมีความทุกข์มากมายอยู่ในตัวเขา และเขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับความทุกข์เหล่านั้นอย่างไร เขาอาจถูกสอนให้เก็บกดความรู้สึกของตนเอง บางทีเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นทุกข์ขนาดไหนจากการกระทำของตัวเอง เขาอาจไม่ได้รับการรดน้ำเมล็ดดพันธุ์แห่งความรักและความเข้าใจมาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อเราสามารถมองอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ ความเมตตาจะเกิดขึ้นในใจของเราอย่างเป็นธรรมชาติ เราจะเป็นทุกข์น้อยลงในทันที และเรารู้สึกต้องการหาวิถีทางที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยตัวเราเอง และช่วยบริษัทให้เป็นอิสระจากร่างแหแห่งความทุกข์นี้
เมื่อผู้คนจำนวนมากในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัว บริษัท หรือแม้แต่รัฐบาล มีความประพฤติที่ขาดศีลธรรม เธออาจเกิดความรู้สึกหนักหน่วงเกินต้านทานและไม่เห็นหนทางที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่หากเราย้อนดูประวัติศาสตร์ เราสามารถเห็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งดีงามมากมาย ดั่งเช่นที่ มากาเร็ต มีด (Margaret Mead) นักมานุษยวิทยาผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า "เราไม่ต้องกังขาเลยว่าประชาชนกลุ่มเล็กๆ ที่มีปัญญาและความมุ่งมั่นจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้หรือไม่ แท้จริงแล้วนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น"
หลังจากที่เราเรียนรู้วิธีการดูแลกายและใจของเราผ่านการหายใจอย่างมีสติแล้ว สิ่งต่อไปที่เราสามารถเตือนตนเองได้ คือ สิ่งทั้งหลายนั้นล้วนไม่เที่ยง และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราควรมีสติในการเลือกรับสิ่งต่างๆ เข้าไปในจิตใจของเรา แทนที่จะดูรายการโทรทัศน์ที่หดหู่ หรืออ่านข่าวที่รดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความท้อแท้สิ้นหวัง เราอาจเลือกอ่านหนังสือเกี่ยวกับผู้คนที่สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ สามารถยุติการกดขี่ และช่วยลดทอนความทุกข์ของคนในสังคมได้ เช่น มหาตมะ คานธี มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และวีรบุรุษท่านอื่นๆ เรื่องราวเหล่านี้จะช่วยเตือนใจเราว่า เมื่อเรามีศีลธรรมที่มั่นคง มีรากฐานทางจิตวิญญาณ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่นมากเพียงพอ ความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นได้
|
|
สิ่งต่อไปที่เราสามารถทำได้คือ การหาเพื่อน ซึ่งอาจจะมีเพียง หนึ่ง สอง หรือสามคนที่มีรู้สึกแบบเดียวกัน คนที่ให้คุณค่ากับความดีงามและต้องการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้น แต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะสามารถทำอะไรได้ การมีเพื่อนที่สามารถแบ่งปันความหวัง ความยากลำบาก และความเบิกบานเช่นนี้จะเป็นการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ เธออาจเริ่มต้นจากการชักชวนพวกเขามารับประทานอาหารกลางวันด้วยกันอาทิตย์ละครั้ง เพื่อรู้จักกันและกันให้ดีขึ้น และเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบริษัทของเธอ
การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่นั้นต้องอาศัยความอดทนและความพยายามเป็นอย่างมาก เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานการณ์ในบริษัทของเธอนั้นมีอยู่มากมาย และใช้เวลาหลายปีในการก่อตัว ในบางสถานการณ์ เราอาจพบสาเหตุของปัญหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งคนเราก็ต้องการเวลาสำหรับการแปรเปลี่ยน ขอให้เธออย่ายอมแพ้ ถ้าเธอยังสามารถดูแลร่างกายและจิตใจของเธอได้เป็นอย่างดี หล่อเลี้ยงตนเองด้วยความงดงามและความสุขให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เธอจะมีความสงบเพียงพอที่จะยอมรับผู้อื่นอย่างที่เขาเป็น ซึ่งจะทำให้เขาค่อยๆ ก้าวไปสู่ทิศทางใหม่ได้ หากเราใช้ความพยายามมากเกินไปและต้องการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทันที เราอาจกระตุ้นปฏิกิริยาต่อต้าน และทำให้สิ่งต่างๆ แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่ เราต้องมีกุศโลบาย รู้จักมองอย่างลึกซึ้งเข้าไปในคนแต่ละคน รดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ดีงามในตัวพวกเขา สาเหตุที่คนกระทำสิ่งที่เลวร้าย เพราะคนเล่านั้นได้รับการรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์มาโดยตลอด ขณะนี้เธอคือคนๆ หนึ่งที่สามารถรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามในตัวเขา
|
ยกตัวอย่างเช่น เธอพบว่าคนๆ หนึ่งขโมยเงิน ด้วยความเจ็บปวดจากการเห็นการกระทำนี้ เธออาจมองเขาคนนั้นด้วยสายตาแห่งความโกรธและตัดสิน แต่ตอนนี้ ด้วยการฝึกปฏิบัติการดูแลตนเองและการมองอย่างลึกซึ้ง เธอสามารถแปรเปลี่ยนวิธีการปฏิสัมพันธ์กับเขา ภาษากายของเธอจะอ่อนโยนลงโดยที่เธออาจไม่รู้ตัว เธอสามารถยิ้มได้อย่างจริงใจด้วยความเข้าใจและเมตตา ซึ่งเขาสามารถสัมผัสได้ แม้ว่าเขาอาจป้องกันตัวเองในตอนแรก แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง เขาอาจเริ่มไว้วางใจและยิ้มตอบกลับมา เธออาจเริ่มคุยกับเขามากขึ้น แบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ไถ่ถามเรื่องเกี่ยวกับลูกๆ ของเขา และเริ่มแบ่งปันเรื่องครอบครัวของเธอให้เขาฟังบ้าง
เมื่อใดก็ตามที่เธอเห็นเขาทำสิ่งถูกต้องหรือซื่อสัตย์แม้เพียงเล็กน้อย เธอจะชื่นชมเขา มันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เช่น "วันนี้เราได้ทานเค้กวันเกิดของคุณเอซึ่งอร่อยมากด้วยกัน ฉันเห็นเธอตักเค้กของตัวเองเพียงชิ้นเล็กๆ เพื่อให้คนอื่นได้ทานชิ้นที่ใหญ่กว่า ฉันรู้สึกประทับใจในความใจกว้างของเธอมาก" เธออาจสามารถแบ่งปันสิ่งดีๆ ที่เธอทำในชีวิตจริงของเธอ เช่น "เธอรู้ไหมว่าเมื่อเช้านี้ในรถใฟใต้ดิน ฉันเจอกระเป๋าสตางค์ที่มีคนทำตกไว้บนที่นั่ง ในนั้นมีเงินเยอะมาก ตอนแรกฉันคิดว่า เจ้าของกระเป๋าคงไม่คิดที่จะได้พบมันอีก ฉันสามารถใช้เงินก้อนนี้ซื้อของต่างๆ ได้มากมาย และคนส่วนใหญ่ก็คงทำแบบนั้น แต่ตอนนั้นฉันนึกขึ้นมาได้ว่า หากใครอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเจ้าของกระเป๋าสตางค์ เขาคงกำลังทุกข์มาก และฉันก็รู้ว่าฉันคงรู้สึกไม่ดีนัก ถ้าฉันนำเงินนี้ไปใช้ ฉันจำได้ว่าเมื่อฉันได้มีโอกาสดูแลคนอื่น มันมักจะนำความสุขมาสู่ตัวฉันและคนอื่นเสมอ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจนำกระเป๋าสตางค์ไปฝากไว้ที่สำนักงาน ฉันรู้สึกดีทีเดียว ขอบคุณเธอที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน" เธออาจจะเล่าเรื่องตลกๆ เรื่องราวจากวัยเด็ก หรือถามข้อแนะนำจากคนๆ นั้นเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิธีที่ดีในการรดน้ำเมล็ดพันธุ์ด้านบวกให้แก่กันและกัน
หากเธอได้ปฏิบัติอย่างเต็มที่แล้ว และยังพบว่าวัฒนธรรมไร้ศีลธรรมในบริษัทของเธอมีมากเกินกว่าที่เธอจะสามารถดูแลได้ อีกทั้งความทุกข์ของเธอเองก็ยิ่งใหญ่มาก เธอสามารถรักษาความเมตตาต่อตัวเธอเองได้ด้วยการหางานใหม่ แต่หากว่าเธอสามารถรักษาโพธิจิตของเธอ ด้วยการแปรเปลี่ยนความทุกข์ของเธอทีละน้อย สร้างความเข้าใจและความเมตตาซึ่งนำไปสู่การแปรเปลี่ยนในที่ทำงานของเธอ เธอจะไม่เพียงลดทอนความทุกข์ให้กับตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบริษัท ผู้ร่วมงาน คนที่เธอรัก และผู้ร่วมงานของเธอ หลวงพี่ขอย้ำว่า เธอสามารถทำได้ ถ้าเธอปฏิบัติด้วยความศรัทธา มันจะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของความรักที่อยู่เหนือความกลัว
ขอโปรดจำไว้ว่า สังฆะจะอยู่ตรงนี้เพื่อสนับสนุนเธอเสมอ เราขออวยพรให้เธอมีความหนักแน่ มีสันติสุข และเบิกบานบนหนทางแห่งพระโพธิสัตว์ ...๐
ภิกษุณีสนกัลยา (Sister Pine or Tung Nghiem) เป็นชาวอเมริกัน หลวงพี่อาศัยอยู่กับหลวงพี่นิรามิสาที่วัด Loving Kindness หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ก่อนที่ท่านจะบวชเป็นภิกษุณีในปี 2546 ท่านได้ฝึกปฏิบัติเป็นทนายความที่รัฐวอชิงตันดีซี หลวงพี่รู้สึกว่าท่านเป็นบุคคลที่โชคดีที่สุดที่มีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติและอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านพลัม ได้เบิกบานกับความงดงามของชนบทในประเทศฝรั่งเศส และท่านยังเคยมีโอกาสเดินทางมาประเทศไทยพร้อมกับหลวงปู่ในงานภาวนาสู่ศานติสมานฉันท์ปี 2550
|