|
|
|
|

จะดูแลความรักอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นการสุดโต่งเกินไป
สำหรับนักปฎิบัติหนุ่มสาวอาจมีเรื่องของความรัก ซึ่งอาจเป็นความรักจริงๆ หรือ ความรักชั่วขณะจิตก็ตาม อยากจะถามว่าเราจะมีวิธีดูแลตรงนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้ เป็นการสุดโต่งเกินไป ไม่ให้เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากเกินไป หรือควรที่จะดูแลตรง ส่วนนี้อย่างไร |
|
|
|
|

|
ภิกษุฟับหลิว (หลวงพี่ธรรมรักษา)
|
หลวงพ่อส้มโอเคยกล่าวเอาไว้ว่า "การตกหลุมรักเป็นอุบัติเหตุอย่างหนึ่ง" ซึ่งหลวงพี่ก็เคยมีอุบัติเหตุแบบนี้เหมือนกัน แต่โชคดีที่มันไม่รุนแรง ซึ่งทำให้หลวงพี่เป็นพระได้ในขณะนี้ ก่อนหลวงพี่บวชเป็นพระท่านเคยมีแฟน หลวงพี่คิดว่าเธอเป็น ผู้หญิงในอุดมคติ สวย น่ารัก มีความสามารถ มีพรสวรรค์ แต่เนื่องจากหลวงพี่อยู่ประเทศฝรั่งเศส แต่เธออยู่ประเทศอเมริกา เนื่องจากระยะทางที่ไกลกันเลยค่อนข้างลำบาก ในที่สุดก็จบด้วยการทะเลาะที่รุนแรง และการต้องแยกจากกันนั้น ก็เป็น ความเจ็บปวดมาก ในขณะที่เป็นพระเราก็ตกหลุมรักกับพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และกับสังฆะ
ทำไมหลวงพี่ถึงเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงขึ้น เพราะการตกหลุมรักจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็เป็นอุบัติเหตุที่หวานชื่น มันก็ไม่เป็นไรที่จะตกหลุมรัก ขณะที่ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป เราจะต้องมีความเข้าใจ
มีเรื่องราวที่อาจารย์ของเราได้เคย เล่าให้ฟังว่า
มีกวีหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนที่โรแมนติกและหล่อมาก ได้เขียนกลอนขึ้นมาบทหนึ่ง ศิลปินหนุ่มคนนี้อายุประมาณ 25 ปี และ รอบๆ ตัวของเขาก็มีผู้หญิงอายุน้อยๆ ที่ต้องการจะเป็นแฟนกับศิลปินคนนี้ ทุกคนต่างบอกกับเขาว่า ฉันรักเธอ แต่ในบรรดา ผู้หญิงเหล่านั้น มีอยู่คนหนึ่งที่หน้าตาไม่สวย แต่เขาก็เลือกผู้หญิงคนนี้ แม่ของศิลปินคนนี้ก็สงสัยว่า ทำไมเขาถึงเลือก ผู้หญิงคนนี้ทั้งๆ ที่มีผู้หญิงที่สวยๆ อีกมากมาย ศิลปินหนุ่มกล่าวว่า "ผมรู้ว่าเธอไม่สวยและมีคนที่สวยกว่าเธอมาก แต่ผู้หญิง คนนี้ เป็นคนเดียวที่เข้าใจบทกวีของผม" นั่นก็หมายความว่าผู้หญิงคนนี้เข้าใจในสิ่งที่กวีผู้นั้น ต้องการจะสื่อสารจากหัวใจ ของเขา
เพราะฉะนั้น ความรักที่ปราศจากความเข้าใจก็เป็นเหมือนกับอารมณ์ และการใช้แต่เพียงอารมณ์เท่านั้นก็นำไปสู่ความทุกข์ มากมาย หลวงพี่เองก็ทุกข์จากการเกิดอารมณ์ในครั้งนั้น และในที่สุดหลวงพี่ก็เข้าใจแล้วว่า การที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะ เราไม่เข้าใจซึ่งกันและกันเลย และเพราะว่าเราไม่เข้าใจกัน จึงทำให้เรารดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีให้แก่กันและกัน ทั้งเมล็ดพันธุ์ แห่งความโกรธ เมล็ดพันธุ์ความสงสัย เมล็ดพันธุ์ความคลางแคลงใจ
การที่เราจะทะนุถนอมความรัก ก็คือการที่เราได้เรียนรู้ศิลปะการรดน้ำเมล็ดพันธุ์ ในช่วงแรกความรักของเราเหมือนดอกไม้ สดชื่นเบ่งบาน เราจะตื่นเต้นและมีความสุขที่ได้พบดอกไม้ของเรา แต่ถ้าเราไม่รู้วิธีที่จะรดน้ำดอกไม้ของเรา มันก็จะเหี่ยวเฉา และตายลงได้
หลังจากขั้นตอนของการตกหลุมรักแล้ว เราก็มาถึงขั้นตอนของการดูแลความรัก นอกจากจะรดน้ำดอกไม้ให้กันและกัน ด้วยความเข้าใจแล้ว เราก็ต้องสื่อสารกันด้วย ในการสื่อสารนั้นต้องอาศัยการฟังอย่างลึกซึ้ง และใช้ปิยวาจาให้ไพเราะ อ่อนหวาน ในขณะที่แต่ละวันเราฝึกปฏิบัติไปแล้วอาจเกิดความไม่เข้าใจกัน เราก็สามารถจะใช้วิธีการเริ่มต้นใหม่ได้
นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมอาจารย์ของเราีกำลังจะเปิดสถาบันหนึ่งขึ้นในประเทศเยอรมัน สถาบันแห่งนั้นอาจารย์ต้องการให้มี วิชาเรียนสำหรับคู่รักหนุ่มสาว ก่อนที่จะแต่งงานก็อยากให้คู่รักได้มาอบรมภาวนาที่สถาบันพุทธศาสนาแห่งนี้ประมาณ 3 อาทิตย์ ถึง 1 เดือน ทั้งสองจะได้เรียนถึงการตระหนักรู้ความรู้สึกของตนเอง และโอบอุ้มความโกรธความเศร้าของตนเอง และตระหนักรู้ถึงดอกไม้ที่มีอยู่ในคู่ของเรา และช่วยกันรดน้ำดอกไม้นั้น และฝึกปฏิบัติและเรียนรู้การฟังอย่างลึกซึ้ง พร้อม ปิยวาจา เพื่อในอนาคตหากมีปัญหาเกิดขึ้นในชีวิต ทั้งสองก็จะได้ฝึกปฏิบัติได้ทันที โดยเฉพาะการฝึกปฏิบัติเริ่มต้นใหม่
ความรักที่เต็มเปี่ยมด้วยความเข้าใจคือความรักที่แท้จริง นั่นเป็นสิ่งที่เราสามารถมอบให้ลูกหลานของเราในฐานะคู่รัก ถ้าเราสามารถเข้าใจและเบิกบานเหมือนดอกไม้หอม เราก็จะสามารถส่งผ่านความสุขนี้ไปรอบๆ ตัวเราได้ แล้วเราก็สามารถ ช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างมากมาย เราไม่จำเป็นต้องเป็นพระ เราก็สามารถเป็นคู่รักที่มีความสุข และสามารถช่วยเหลือผู้อื่น ในสังคมได้มากมาย ๐
|