|
สังฆะ คือชุมชนของภิกษุ ภิกษุณี ฆราวาสชาย ฆราวาสหญิง ที่เดินทางร่วมกันบนเส้นทางจิตวิญญาณ สังฆะนั้นมีพลังมาก สมาชิกแต่ละคนจะปกป้องและเกื้อกูลการปฏิบัติของกันและกัน เราสามารถถือเอาสังฆะเป็นที่พึ่งในการปฏิบัติได้
เมื่อปฏิบัติเพียงลำพัง เราอาจพบกับความยากลำบากหลายประการ แต่เมื่อเราอยู่รวมกันเป็นสังฆะ ความยากลำบากทั้งหลายจะกลับกลายเป็นสิ่งง่าย ไม่เหน็ดเหนื่อย หรือใช้ความพยายามมากมาย สังฆะนั้นมีพลังร่วม หากไร้ซึ่งพลังร่วมนี้ การปฏิบัติเพื่อการแปรเปลี่ยนแต่ละคนจะกลายเป็นเรื่องยาก
เราอาจใช้คำว่า "สังฆกาย เมื่อเราอยู่รวมกันเป็นสังฆะ สังฆะนั้นคือกาย พวกเราแต่ละคนคือเซลล์ที่อยู่ในกายนั้น หากเราไม่เป็นส่วนหนึ่งของสังฆกาย เราจะโดดเดี่ยว หิวกระหาย และขัดสน เพราะไม่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติ สังฆกายนั้นอาจเปรียบได้ดังป่า ในขณะที่สมาชิกแต่ละคนเป็นดังต้นไม้ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างสวยงาม ต้นไม้แต่ละต้นต่างมีรูปร่าง ความสูง คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แต่ต้นไม้ทุกต้นก็เติบโตในป่าแห่งนี้ได้อย่างกลมเกลียวกัน เมื่อมองไปที่ต้นไม้ที่ตั้งตระหง่านเคียงข้างกันเช่นนี้ เธอจะรู้สึกได้ถึงความงดงาม ความหนักแน่นมั่นคง และพลังของป่าศักดิ์สิทธิ์ |
|
|
ดวงตาแห่งสังฆะ
ดวงตาแห่งสังฆะจะช่วยดูแลสังฆกายที่ก้าวเดินอยู่บนหนทางการปฏิบัติ เพื่อมองเห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของสมาชิกแต่ละคนในสังฆะ คำว่า "ดวงตาแห่งสังฆะ" หมายถึง ปัญญาและทรรศนะของกายร่วมแห่งสังฆะ ซึ่งเป็นการรวมทรรศนะและปัญญาของสมาชิกที่อ่อนเยาว์ที่สุดไปจนถึงอาวุโสที่สุด เราทุกคนต้องมอบปัญญาของเราเพื่อให้ปัญญาของสังฆะมีความชัดเจน แต่การมอบปัญญาไม่ใช่การนำปัญญาของแต่ละคนมาเพิ่มเข้าไปอย่างง่ายๆ ปัญญาร่วมนั้นมีพลัง มีปัญญาญาณ และมีชีวิตของตัวเอง เป็นปัญญาที่เหนือกว่าปัจเจกปัญญาของแต่ละคน
เราควรเรียนรู้ที่จะใช้ดวงตาแห่งสังฆะเป็นดั่งดวงตาของเรา ถ้าเธอรู้วิธีใช้ดวงตาแห่งสังฆะ เธอจะทำให้สังฆะเข้มแข็งและแข็งแรงขึ้นทุกวัน ในขณะที่สังฆะชื่นชมหรือชี้แนะเธอ ขอให้เธอคุกเข่าลง พนมมือขึ้น และฟังอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งที่สังฆะกล่าว สังฆะจะช่วยเราให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติบนหนทางจิตวิญญาณ ถ้าเราโต้ตอบด้วยความทะนงตน เราก็จะไม่ก้าวหน้า เราจึงจำเป็นต้องฟังความเป็นจริงของเราในมุมมองของคนอื่น
พลังของสังฆกายสามารถปกป้องและแปรเปลี่ยนเราได้ ในฐานะสมาชิกของสังฆะ เราต้องสนับสนุนพลังนั้น การสร้างสังฆะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ภิกษุ ภิกษุณี และฆราวาสพึงกระทำ
เราทุกคนจำเป็นต้องสร้างสังฆะ เพราะสังฆะคือที่พักพิงของเรา การสร้างสังฆะที่ดีที่สุดคือการแปรเปลี่ยนตัวเองให้เป็นองค์ประกอบที่เป็นบวกต่อสังฆกาย ด้วยการเดิน ยืน นั่งหรือนอนอย่างมีสติ เมื่อคนอื่นในสังฆะเห็นความมั่นคงของเรา พวกเขาก็จะมั่นคงขึ้น
หากเธอกลับมาอยู่กับตัวเอง
ด้วยการหายใจอย่างมีสติ
เธอได้มอบพลังให้สังฆะและ
ทำให้สังฆะเข้มแข็งขึ้นแล้ว
นี่คือการสนับสนุนการสร้างสังฆะ
ที่เธอทำได้ในทันที
|
|
พลังร่วมของลมหายใจ
เราสร้างสังฆะด้วยการกลับมาอยู่กับตัวเองผ่านการหายใจอย่างมีสติ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เราจะไม่มองหาความผิดของผู้อื่น การวิพากษ์วิจารณ์และกล่าวหาคนอื่น แทนที่จะอยู่กับการฝึกปฏิบัติของตนเอง เป็นการขับไล่สันติสุขและความเบิกบานออกจากสังฆะ ทำให้สังฆะสั่นคลอนและไม่มีความสุข แม้ว่าสังฆะจะมีจุดอ่อนและจุดบกพร่อง แต่สังฆะคือหนึ่งในพระรัตนตรัยอันเป็นที่พึ่งของเรา ซึ่งประกอบด้วย พระพุทธ พระธรรมและสังฆะ ความสำเร็จหรือล้มเหลวของเราในฐานะผู้ปฏิบัติธรรม ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างสังฆะของเรานั่นเอง
พลังแห่งสังฆะนั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้เอง แต่เป็นพลังร่วมซึ่งเป็นผลิตผลจากการรวมพลังของคนจำนวนมาก ถ้าเธอต้องการสังฆะที่เข้มแข็ง มั่นคง เปี่ยมไปด้วยพลัง เธอในฐานะปัจเจกจะต้องมอบพลังของเธอให้แก่สังฆะ เมื่อเธอปรากฏตัวในสังฆะอย่างมีสติ เธอได้มอบพลังให้สังฆะ และสังฆะก็จะเข้มแข็งขึ้น หากเธอห่างหายจากกิจกรรมของสังฆะ เธอก็จะไม่สามารถมอบพลังที่มีอยู่ให้สังฆะได้ สังฆะก็จะไม่ได้ประโยชน์จากพลังของเธอ
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีการเชิญระฆังแห่งสติ แม้ว่าเธอจะอยู่ที่สวนด้านนอกหรือทำงานในครัว หากเธอกลับมาอยู่กับตัวเองด้วยการหายใจอย่างมีสติ เธอได้มอบพลังให้สังฆะและทำให้สังฆะเข้มแข็งขึ้นแล้ว นี่คือการสนับสนุนการสร้างสังฆะที่เธอทำได้ในทันที ขอให้เธอเชื่อมั่นต่อพี่น้องของเธอว่าไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน พวกเขาจะหายใจอย่างมีสติ และสร้างพลังแก่สังฆะทันทีที่ได้ยินเสียงระฆัง หากพวกเราเกื้อกูลซึ่งกันและกันด้วยการเจริญสติ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร เราจะรู้สึกได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวของสังฆะ
|
เมื่อได้ยินเสียงเชิญระฆังสำหรับการรับประทานอาหาร เธออย่ารู้สึกว่า ถ้าเธอช้าไปสัก 3-4 นาที คงไม่เป็นไร และอย่าคิดว่า แถวตักอาหารยังยาวอยู่เลย ถ้าไปยืนต่อแถวจะเสียเวลาเปล่า เมื่อเธอได้ยินเสียงระฆังสำหรับการรับประทานอาหาร เธอควรละจากงานที่กำลังทำอยู่ และไปปรากฏตัวในสังฆะ เธอยืนต่อแถวร่วมกับสังฆะและหายใจอย่างมีสติ การปรากฏตัวของเธอต่อสังฆะเป็นสิ่งสำคัญ การยืนอยู่ที่นั่นจะช่วยให้เพื่อนที่ก้าวเข้ามาในห้องอาหาร รู้สึกมั่นคงในการปฏิบัติมากขึ้น เมื่อเธอยืนต่อแถวอย่างมีสติและรับรู้ถึงสังฆะที่อยู่รอบตัวเธอ เธอได้ฝึกปฏิบัติการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเบิกบานแล้ว
เธออาจเคยมีประสบการณ์ในการเดินอย่างมีสติร่วมกับสังฆะ ในขณะที่เธอก้าวเดินอย่างมีสติ ก้าวแต่ละก้าวของเธอจะช่วยเกื้อกูลคนที่อยู่รอบตัวเธอ การปรากฏตัวของเธอมีความสำคัญต่อการปฏิบัติของเพื่อน อย่าปล่อยให้พวกเขาเสียโอกาส ที่จะได้ประโยชน์จากพลังแห่งสติของเธอ สังฆะต้องการพลังจากเธอ และเธอก็ต้องการพลังจากสังฆะด้วยเช่นกัน ถ้าเธอไม่ได้ฝึกปฏิบัติร่วมกันกับสังฆะ เธอก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากพลังร่วมของสังฆะ หากเธอไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังแห่งสังฆะ เธอจะรู้สึกหิวกระหายและค่อยๆสูญเสียจิตแห่งรักไปทุกๆวัน หากเธอไม่มีจิตแห่งรักที่เข้มแข็ง เธอจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตการปฏิบัติธรรม
เสียงระฆังแห่งสติ ))) ))) )))
ความสามารถในการสร้างสังฆะ
ในขณะที่ฉันยังเป็นภิกษุบวชใหม่ ฉันเห็นพระเถระมากมายที่ศึกษาพระธรรมได้แตกฉานและบรรยายธรรมได้ดี พวกเขาสามารถสร้างวัดและดึงดูดผู้คนมากมายให้มารวมตัวกัน แต่มีเพียงไม่กี่ท่านเท่านั้นที่สามารถสร้างสังฆะได้ อย่างไรก็ดี ฉันยังจำพระผู้ใหญ่ 2 รูปที่เป็นผู้สร้างสังฆะอย่างแท้จริง ท่านหนึ่งคือ พระอุปัชฌาย์ตรี๋ถุ (Tri Thu) ที่วัดปรัชญาในหมู่บ้านหวี่หย่า (Vi Da) และ พระอุปัชฌาย์เถึ่ยงวา (Thein Hoa) ที่วัดอั๋งกวาง (An Quang) ในเมืองไซ่ง่อน ท่านทั้งสองเปรียบเสมือนแม่ไก่ที่กางปีกออกเพื่อกำบังแดดฝนให้ลูกไก่ที่เข้ามาหลบพักพิงภายใต้ปีกอันอบอุ่นของท่าน
พระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงรู้ศิลปะในการสร้างสังฆะเป็นอย่างดี หลังจากการเผยแพร่พระธรรมเพียงไม่กี่ปี พระองค์ได้สร้างสังฆะที่ประกอบด้วยภิกษุและภิกษุณีมากกว่า 1,200 รูป เพราะพระองค์มีสังฆะที่เข้มแข็ง พระองค์จึงประสบความสำเร็จในการเผยแพร่พระธรรม เราได้เรียนรู้วิธีที่สังฆะของพระองค์ฝึกสติ ความกรุณา และปัญญาผ่านพระสูตรและคำสอนที่พระองค์ตรัสกับพระสงฆ์สาวก การฝึกปฏิบัติทำให้ภิกษุและภิกษุณีจำนวนมากบรรลุมรรคผลแห่งการปฏิบัติ เราได้เรียนรู้ว่า บางครั้งชีวิตของภิกษุและภิกษุณีก็มีความริษยาและความยึดติด แต่สิ่งเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นก็มิได้ลดทอนคุณค่าและประสิทธิผลของสังฆะลงได้ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงตระหนักในเรื่องนี้ดี จึงตรัสกับพระพุทธองค์ว่า "พระผู้มีพระภาค ทุกครั้งที่ข้าพระองค์มองไปที่สังฆะ ข้าพระองค์ยิ่งมีความเชื่อมั่นในพระพุทธองค์มากขึ้น" จนกระทั่งทุกวันนี้ เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังฆกายของพระพุทธองค์
ในการสร้างสังฆะ เราจำเป็นต้องมีกุศโลบายและศิลปะในการสร้างสังฆะ ความต้องการสร้างสังฆะไม่เพียงพอต่อการสร้างสังฆะ เราต้องอยู่ในสังฆะและฝึกปฏิบัติร่วมกับสังฆะ เราต้องมีประสบการณ์ชีวิตร่วมกับสังฆะ ติดต่อสื่อสารกับสมาชิกคนอื่นในสังฆะ แม้ว่าการติดต่อสื่อสารนั้นจะเป็นสิ่งที่น่ายินดีหรือไม่น่ายินดีก็ตาม การติดต่อสื่อสารจะทำให้เราเข้าใจวิธีที่สังฆะอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว ในสังฆกายมีคนที่ใจดี สงบ และเบิกบาน ในขณะเดียวกันก็มีคนที่มีความยากลำบากในชีวิต ทำให้เขาเกรี้ยวกราด แบ่งแยกและด่วนตัดสิน เราควรตระหนักรู้ว่าไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นที่มีพลังนิสัยอันอกุศลเหล่านี้ ตัวเราเองก็มีเมล็ดพันธุ์เหล่านี้อยู่ด้วย ถ้าเราไม่ได้ฝึกสติ เราจะไม่สามารถแปรเปลี่ยนพลังนิสัยของเราและสร้างสังฆะที่มีความสุขได้ เมื่อเราทำให้พี่น้องของเรามีความสุข เราได้หล่อเลี้ยงความสามารถในการสร้างสังฆะของเราแล้ว
|
พวกเราในสังฆะจำเป็นต้องเน้นการฝึกสติให้มาก การฝึกสตินั้นมีความสำคัญยิ่งกว่าการศึกษาพระสูตร การนั่งสมาธิ การฟังธรรม หรือการสนทนาธรรม เราพึงรู้ว่าการเป็นพี่ใหญ่ที่ดีนั้นคือการสร้างความสุขให้สังฆะ เราต้องมีความสามารถที่จะรักน้องเล็กที่มีข้อบกพร่อง ดื้อรั้น และพูดจาหยาบกระด้าง เขาอาจเข้าใจผิดหรือไม่ชอบเรา เราควรฝึกปฏิบัติการให้อภัย ยอมรับ เข้าใจ และรักเขา ดังเช่นที่เราปฏิบัติต่อคนอื่นๆ
ถ้าเราดูหมิ่นและกล่าวหาเขา เราจะสร้างสังฆะไม่สำเร็จ ฉันมีตัวอย่างเล็กๆจากชีวิตนักบวช หากว่าหลวงพี่ใหญ่เห็นภิกษุหรือภิกษุณีอายุน้อยสวมใส่ถุงเท้าสีสดใส แล้วเธอว่า "เธอไม่ควรใส่ถุงเท้าที่มีสีสด ทำไมเธอถึงไม่ทำตามที่พระอาจารย์บอก" น้องคนนั้นก็จะขุ่นเคืองใจ และแสดงความต่อต้านด้วยการใส่ถุงเท้าที่มีสีสดบ่อยขึ้น ผลก็คือสิ่งเล็กๆได้สร้างบรรยากาศที่อึดอัดไปทั่วทั้งสังฆะ เพราะเธอไม่รู้วิธีการกล่าววาจาที่นุ่มนวลและมีกุศโลบาย
เราจะรักคนที่รักได้ยากได้อย่างไร วิธีที่ดีที่สุดคือการมองอย่างลึกซึ้งไปถึงความยากลำบากของเขา เมื่อเราเข้าใจสิ่งนั้น เราก็จะยอมรับและรักเขาได้เอง เมื่อเราเข้าใจความยากลำบากของผู้อื่น เราก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและกลมเกลียวกัน รวมทั้งสร้างสันติสุขและความเบิกบานให้สังฆะของเราด้วย นี่เป็นการปฏิบัติที่ต้องใช้ความอุตสาหะเป็นอย่างมาก
ในตัวอย่างข้างต้น เราจะช่วยน้องเล็กของเราได้ก็ต่อเมื่อเรารู้วิธีการรักเขา บางทีน้องของเราอาจมีถุงเท้าสะอาดเหลือไม่มาก และวันนี้อากาศหนาวมาก เขาจึงใส่ถุงเท้าที่มีสีสดใส ถ้าเราไม่พยายามเข้าใจเขา แต่พยายามแก้ไขเขา การสั่งสอนของเราก็จะล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น เพราะคำพูดเหล่านั้นตั้งอยู่บนฐานของการรับรู้ที่ผิดเกี่ยวกับน้องเล็กของเรา
ถ้าเราเป็นพี่ใหญ่ เราต้องประพฤติปฏิบัติให้การสื่อสารของเรามีความมั่นคง เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างเราและคนอื่นๆในสังฆะ หากสะพานนี้พังทลายลง สังฆะก็จะประสบกับความยากลำบาก บางช่วงเวลาพี่ใหญ่อาจไม่สามารถพูดคุยกับน้องเล็ก หรือกลุ่มน้องๆอาจไม่สามารถพูดคุยกับกลุ่มพี่โตๆได้ ถ้าไม่มีใครในหมู่พี่น้องขอความช่วยเหลือจากสังฆกายเพื่อจัดให้มีการพูดคุย ทุกคนก็จะล้มเหลวในการปฏิสัมพันธ์กัน
การปฏิบัติเช่นนี้ไม่เพียงสำหรับพี่ใหญ่เท่านั้น น้องเล็กก็ต้องปฏิบัติเพื่อสร้างสะพานแห่งการสื่อสารสัมพันธ์ด้วย ถ้าเราไม่สามารถสื่อสารกับพี่ใหญ่ได้ การฝึกปฏิบัติเพื่อการแปรเปลี่ยนของเราก็จะไม่สำเร็จผล เราต้องเพียรฝึกสติเพื่อตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจของเราทุกวัน เพื่อนำความมั่นคงจากการปฏิบัติไปสื่อสารกับพี่น้องของเรา
|
|
เราจะรักคนที่รักได้ยากได้อย่างไร
วิธีที่ดีที่สุดคือ
การมองอย่างลึกซึ้งไปถึง
ความยากลำบากของเขา
เมื่อเราเข้าใจสิ่งนั้น
เราก็จะยอมรับและรักเขาได้เอง
|
เสียงระฆังแห่งสติ ))) ))) )))
|