หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
do not hurry ธรรมบรรยาย โดย ติช นัท ฮันห์
     ฉันได้มาถึงแล้ว : หน้าแรก > ธรรมบรรยาย > ธรรมบรรยายโดยท่านติช นัท ฮันห์> เจ้าชายแห่งสันติภาพ
ธรรมบรรยายโดย ท่านติช นัท ฮันห์
เจ้าชายแห่งสันติภาพ
ตอนที่ 1 | 2
 

     สวัสดียามบ่ายสังฆะที่รัก การได้มาอยู่รวมกันเป็นสังฆะ ได้นั่งและหายใจร่วมกันเป็นสิ่งที่วิเศษ วันนี้เป็นวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2552 พวกเราอยู่ในงานภาวนาฤดูหนาวที่วัดล่าง (Lower Hamlet) หมู่บ้านพลัม ชื่องานภาวนาครั้งนี้ชื่อ "The art of happiness" ซึ่งในช่วงท้าย ฉันจะกล่าวถึงความเป็นมาของมนตราข้อใหม่ "เวลานี้ที่เป็นสุข"


เจ้าชายน้อย และ ภาพแห่งสันติ

     ฉันมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าชายน้อย เจ้าชายน้อยอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์เล็กๆ ดวงหนึ่ง บนดาวดวงนั้นมีต้นกุหลาบที่มีดอกชูช่องดงามอยู่หนึ่งต้น เนื่องจากดาวเคราะห์นั้นมีขนาดเล็กมาก เจ้าชายน้อยจึงได้มีความสุขกับการชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินในทุกๆ 3 ชั่วโมง วันหนึ่ง เขาอยากมีสัตว์ที่สุภาพและรักสงบมาอยู่เป็นเพื่อนเขาบนดาวเคราะห์ดวงนี้ เขาคิดถึงแกะ เพราะมันดูเป็นสัตว์ที่รักสงบมาก ดังนั้นเขาจึงมาที่โลกและขอให้ชายคนแรกที่พบช่วยวาดรูปแกะให้เขา นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ แกะที่จะอยู่กับเขาบนดาวเคราะห์ดวงเล็กๆ ที่สวยงาม เจ้าชายน้อยนั้นรู้คำสอนของพระพุทธองค์ที่เกี่ยวกับจิตใจ จิตใจคือจิตรกรที่สามารถวาดภาพสิ่งต่างๆ ทุกสิ่งทั่วทั้งจักรวาลได้ ดังนั้นเขาจึงขอร้องสุภาพบุรุษคนแรกที่เขาพบบนโลกช่วยวาดรูปแกะให้ และชายผู้นั้นชื่อ อังตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี หลังจากพยายามวาดภาพ 2-3 ครั้ง เขาก็สามารถวาดรูปแกะให้เจ้าชายน้อยได้สำเร็จ เจ้าชายน้อยพอใจมากและเดินทางกลับไปยังดาวเคราะห์ของเขา

     เราหวังว่าเจ้าชายน้อยจะมีความสุขกับแกะและกุหลาบของเขา สัตว์และพืชพรรณในโลกของเรา ได้สูญหายไปมากมาย ฉันไม่รู้ว่าเราควรวาดพวกมันและนำกลับมาหรือไม่ เราเป็นผู้ที่ทำลายโลกของเราเอง สายพันธุ์มากมายได้สาบสูญไปแล้ว สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดในขณะนี้คือสันติภาพ เราจำเป็นต้องนำสันติภาพกลับมา โลกที่อยู่ภายในและภายนอกตัวเรานั้นมีความรุนแรง ความขัดแย้ง และการทำลายล้างมากเกินไป เราต้องการสันติภาพเป็นอย่างยิ่ง ใครคือคนที่เราสามารถเรียกร้องให้นำสันติภาพกลับมา ใครกันที่จะวาดสันติภาพเพื่อนำสันติสุขมาสู่ชีวิต หัวใจและสิ่งแวดล้อมของเรา ถ้าเธอได้ศึกษาพุทธศาสนา เธอจะรู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร คนที่สามารถนำสันติภาพกลับสู่เธอและโลกได้ นั่นก็คือตัวเธอเอง เธอมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นพระพุทธองค์ที่เปี่ยมไปด้วยสันติภาพ ปัญญาและความเมตตากรุณา เธอมีพุทธะน้อยๆ ในตัวเธอ เธอต้องปล่อยให้เจ้าชายแห่งสันติภาพกำเนิดขึ้นในหัวใจเธอ สันติภาพจึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้

     พระพุทธองค์เป็นผู้สร้างสังฆะที่ยอดเยี่ยม พระองค์ประสงค์ที่จะหาเพื่อนร่วมทางที่ช่วยกันนำสันติภาพกลับมา การสร้างสังฆะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการสร้างสันติภาพ ด้วยสังฆะการสร้างสันติภาพก็จะง่ายขึ้น สังฆะคือชุมชนของกลุ่มคนที่อุทิศตนเพื่อสร้างสันติภาพทั้งภายในและภายนอก สิ่งที่พวกเขาทำในแต่ละวันเป็นไปเพื่อสร้างสันติภาพในตัวเขาและผู้คนรอบข้าง พวกเขารู้วิธีสร้างพลังแห่งสันติภาพ ด้วยการหายใจอย่างมีสติ เดินอย่างมีสติ ทำอาหารอย่างมีสติ และทำสวนอย่างมีสติ พวกเขารู้ว่าในขณะที่เดินและหายใจอย่างมีสติ พวกเขาได้นำใจของเขากลับมาอยู่กับกาย เมื่อเขาอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างเต็มที่ เขาจะรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นช่วยหล่อเลี้ยงและเยียวยา พวกเขาจะยอมรับการเยียวยาและหล่อเลี้ยง ถ้าพวกเขารู้สึกเจ็บปวดทุกข์ใจ พวกเขาจะปล่อยให้สติโอบกอดอารมณ์นั้นเพื่อที่จะคลายความเจ็บปวดและนำสันติสุขกลับมาสู่กาย สู่อารมณ์ความรู้สึกของเขา พวกเขาสร้างพลังแห่งสติเพื่อที่จะตระหนักรู้และโอบกอดสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และเพื่อที่จะหล่อเลี้ยง เยียวยาและแปรเปลี่ยน พวกเขาสร้างพลังแห่งสมาธิเพื่อที่จะอยู่ที่นั่นอย่างแท้จริง เพื่อที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะอย่างลึกซึ้ง และเพื่อที่จะสัมผัสความมหัศจรรย์ของการหล่อเลี้ยงและการเยียวยาได้อย่างแท้จริง

     พวกเขารู้ว่าถ้าพวกเขามีสมาธิเพียงพอ มหัศจรรย์แห่งชีวิตจะเผยตัวขึ้น ดินแดนบริสุทธิ์ของพระพุทธองค์ก็จะปรากฎ อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าก็จะบังเกิดขึ้นที่นั่นในขณะนั้น พวกเขารู้ว่าพวกเขาสามารถสร้างพลังแห่งสติและสมาธ ิซึ่งเป็นพลังที่จะทำให้คนธรรมดากลายเป็นนักบุญได้ พวกเขารู้วิธีสร้างพลังแห่งปัญญา พวกเขาจึงไม่กลัวสิ่งใด พวกเขารู้วิธีที่จะผ่านพ้นความยากลำบากและช่วยเหลือผู้อื่นฝ่าฟันความยากลำบาก พวกเขารู้ดีว่าปัญญามาจากการฝึกสติและสมาธิ สติและสมาธิจะนำมาซึ่งปัญญา และปัญญานำมาซึ่งความเป็นอิสระและความสุข

     เมื่อเธอหายใจอย่างมีสติและนำใจกลับมาอยู่กับกาย เธอจะตระหนักถึงชีวิตและการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ นี่คือปัญญา นี่คือการตื่นรู้ พวกเรามากมายไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มีชีวิตอยู่หรือไม่ การมีชีวิต การเดิน การนั่งบนโลกใบนี้เป็นปาฏิหาริย์ เมื่อเธอสัมผัสปาฏิหาริย์นี้ได้ ปัญญาและการตื่นรู้ก็จะบังเกิดขึ้น ปัญญาและการตื่นรู้จะนำรอยยิ้มและความสุขมาสู่เธอ เธอได้สัมผัสปาฏิหาริย์แห่งการมีชีวิตแล้ว ปัญญารู้แจ้งและการตื่นรู้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ห่างไกล เธอสามารถมีได้ในที่นี่ ณ ขณะนี้ด้วยพลังแห่งสติ ที่ใดมีสติ ที่นั่นมีสมาธิและปัญญา นั่นคือเหตุผลว่าในขณะที่เราทำอาหาร ล้างจาน ทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ เราจึงควรบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสติ เพื่อที่จะเยียวยาและนำความสุขมาสู่ชีวิตในแต่ละวันของเราได้ ในขณะที่เธอเดิน หากเธอมีสติในแต่ละย่างก้าว เธอจะรู้ว่าการมีชีวิตและการเดินบนโลกใบนี้เป็นสิ่งแสนวิเศษ แต่ละย่างก้าวจะนำความเบิกบาน ความสุขมาสู่เธอ ทุกย่างก้าวเป็นการเฉลิมฉลองชีวิต การเดินในวัดบน (Upper Hamlet) วัดล่าง (Lower Hamlet) และวัดใหม่ (New Hamlet) เป็นการเดินในอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า ดินแดนบริสุทธิ์ของพระพุทธองค์


เสียงระฆังแห่งสติ ))) ))) )))




คนที่สามารถนำสันติภาพ
กลับสู่เธอและโลกได้
นั่นก็คือตัวเธอเอง
เธอมีศักยภาพเพียงพอ
ที่จะเป็นพระพุทธองค์
ที่เปี่ยมไปด้วยสันติภาพ
ปัญญาและความเมตตากรุณา
เธอมีพุทธะน้อยๆ ในตัวเธอ
เธอต้องปล่อยให้
เจ้าชายแห่งสันติภาพ
กำเนิดขึ้นในหัวใจเธอ
สันติภาพจึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้

เราทุกคนคือผู้สร้างสันติภาพ

     การหายใจเข้าออกแต่ละครั้งเป็นโอกาสในการรู้แจ้ง การเดินแต่ละก้าวก็เป็นโอกาสในการรู้แจ้ง การรู้แจ้งเป็นสิ่งที่เกิดได้ในทุกขณะ สติและสมาธิจะนำมาซึ่งปัญญา นี่คือหัวใจของการฝึกปฏิบัติของชาวพุทธ พวกเราทุกคนสามารถดื่มชาอย่างมีสติ เธอสามารถดื่มน้ำชาดังเช่นที่พระพุทธองค์ได้ทรงกระทำ พวกเราทุกคนสามารถแปรงฟันอย่างมีสติ เบิกบานกับช่วงเวลาในการแปรงฟัน เราสามารถแปรงฟันอย่างที่พระพุทธองค์ได้ทรงกระทำ ในอดีตพระพุทธองค์ไม่ได้ทรงใช้แปรงสีฟันอย่างที่เราใช้ พระองค์ทรงใช้ไม้สะเดา พระพุทธองค์และสาวกใช้กิ่งไม้สะเดาในการทำความสะอาดฟัน พระพุทธองค์และสาวกเป็นผู้ปฏิบัติธรรม พวกท่านมีความสุขในการแปรงฟัน สำหรับพวกเราที่เป็นผู้ปฏิบัติธรรม ทุกขณะเวลาคือโอกาสในการหล่อเลี้ยงสติและสมาธิเพื่อนำมาซึ่งปัญญาแห่งการหล่อเลี้ยง เยียวยาและการหลุดพ้น เพราะปัญญามีกำลังที่จะปลดปล่อยเราให้พ้นจากกิเลส ความกลัว และความสิ้นหวังได้

     เรามีพลังอำนาจในการวาด สร้าง และทำให้เกิดสันติภาพขึ้นได้ เมื่อเรากลับมาสู่กายและพบความตึงเครียดและความเจ็บปวดอยู่ในกายของเรา สิ่งที่เราต้องการคือการผ่อนคลายด้วยการหายใจอย่างมีสติ ในพระสูตรอาณาปาณสติ พระพุทธองค์ได้ทรงสอนเราถึงวิธีผ่อนคลายความตึงเครียดและความเจ็บปวดของร่างกาย ด้วยการหายใจ

หายใจเข้า ฉันรู้สึกตัวทั่วพร้อมทั้งร่างกาย
หายใจออก ฉันรู้ว่ามีความตึงเครียดและความเจ็บปวดในกายของฉัน
หายใจเข้า ฉันยิ้มให้กับความตึงเครียดและความเจ็บปวด
หายใจออก ฉันจะปลดปล่อยความตึงเครียดและความเจ็บปวด

     ในขณะที่เธอหายใจเข้าและหายใจออก เธอได้นำสันติภาพมาสู่กายของเธอ แต่ละครั้งที่เธอหายใจและตระหนักถึงความรู้สึก อารมณ์ และความเจ็บปวดที่อยู่ในตัวเธอ เธอได้สร้างพลังแห่งสติและสมาธิขึ้น สติและสมาธินั้นจะตระหนักรู้และปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่เจ็บปวดนั้น "ความปวดร้าวเศร้าโศกของฉัน ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น ฉันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี" เราไม่จำเป็นต้องผลักไส กดทับหรือปกปิดอารมณ์นั้นเอาไว้ ยิ้มน้อยๆ ใช้พลังแห่งสติตระหนักรู้ถึงเขา โอบกอดเขาเหมือนดั่งมารดาโอบกอดลูกน้อยยามที่ลูกมีความทุกข์ ด้วยการหายใจอย่างมีสติและการเดินอย่างมีสติ ความเจ็บปวดของเธอ ความเศร้าโศกของเธอจะได้รับการโอบกอดและการปลดปล่อย เธอได้นำสันติภาพมาสู่ความรู้สึกและอารมณ์ของเธอ ด้วยการปฏิบัติที่พระพุทธองค์ได้ทรงอธิบายในพระสูตรอาณาปาณสติ เราได้เรียนรู้วิธีการดูแลกาย ความรู้สึก และอารมณ์ของเราแล้ว

     ความทุกข์ของเรานั้นเกิดจากความคิดเห็นที่ผิด ความโกรธ ความกลัว ความสิ้นหวัง ความริษยาเกิดมาจากความคิดเห็นที่ผิด เมื่อเราโอบกอดความกลัว ความโกรธและความสิ้นหวังของเราอย่างลึกซึ้ง เธอจะสามารถสัมผัสรับรู้ได้ถึงความคิดเห็นที่ผิดที่ดำรงอยู่ลึกภายใต้จิตใจของเรา ถ้าเรารู้วิธีปลดปล่อยความคิดเห็นที่ผิด ความโกรธและความเจ็บปวดจะจางหายไป เรานั่งสมาธิภาวนาเพื่อที่จะดูแลความคิดเห็นของเรา เพราะความคิดเห็นและความตั้งใจที่ผิดนี่เองที่ทำให้เราและคนรอบข้างประสบอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์

     อาณาปาณสติสูตรจะสามารถช่วยเราดูแลกาย ความรู้สึกและการรับรู้ของเราได้ เมื่อพวกเรามาอยู่รวมกันเป็นชุมชนและปฏิบัติตามคำสอนด้วยการนั่งร่วมกันเพื่อสงบกาย ใจ และความรู้สึก เรากำลังสร้างพลังแห่งสันติภาพส่วนรวม คนจำนวน ๓๐๐ หรือ ๕๐๐ คนที่นั่งหายใจอย่างสงบและมีสติกันกำลังสร้างพลังส่วนรวมของสันติภาพและความเป็นพี่น้องกัน ถ้าเธอเป็นหนึ่งในกลุ่มนั้น เธอจะได้รับพลังนั้นด้วย พลังนั้นจะแทรกซึมเข้าสู่กายและช่วยผ่อนคลายเธอจากความตึงเครียด แทรกซึมเข้าสู่ใจและผ่อนคลายเธอจากความปวดร้าวเศร้าโศก ในขณะที่เธอสวดมนต์ เธอได้ปล่อยให้สติสัมผัสเมล็ดพันธุ์แห่งเมตตากรุณาที่อยู่ในตัวเธอ พระอวโลติเกศวรเป็นพระโพธิสัตว์แห่งการรับฟังอย่างลึกซึ้ง เป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา เรารู้ว่าในตัวของเรามีเมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตากรุณาอยู่ เรามีความสามารถที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้

     ในขณะที่สวดมนต์หรือฟังเสียงสวดมนต์ เมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตากรุณาได้รับการรดน้ำ และพลังแห่งความเมตตากรุณาก็จะปรากฏขึ้น นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมการสวดมนต์ร่วมกับผู้ฝึกปฏิบัติจึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ทำไมการได้ฟังเสียงสวดมนต์จึงทำให้เรารู้สึกมหัศจรรย์ การมีสติในขณะรับฟังเสียงสวดมนต์ทำให้เราดำรงอยู่ในที่นี่และขณะนี้อย่างแท้จริง กายของเราได้ซึมซับพลังแห่งสติและความเมตตากรุณาส่วนรวม การนั่งร่วมกันเป็นสังฆะเช่นนี้เป็นการเยียวยาอย่างยิ่ง และนี่คืออาหารของเราในแต่ละวัน ทุกๆ วัน เรานั่งร่วมกันในสังฆะ เดินร่วมกันในสังฆะ รับประทานอาหารร่วมกัน ทำงานร่วมกันในสวน ในครัวและหอปฏิบัติธรรม เมื่อเราทำสิ่งต่างๆ อย่างมีสติ พลังแห่งสติ สมาธิ และปัญญาจะถูกสร้างขึ้นและหล่อเลี้ยงเราอย่างต่อเนื่อง เราทุกคนเป็นผู้สร้างสันติภาพ ฉันขอให้เราช่วยกันวาดภาพแห่งสันติภาพและความสุขด้วยใจของเรา เราสามารถช่วยตัวเองและโลกของเราด้วยใจของเรา เราสามารถสร้างสันติสุขขึ้นได้


เสียงระฆังแห่งสติ ))) ))) )))



ตอนที่ 1 | 2


เจ้าชายแห่งสันติภาพ
ธรรมบรรยายในงานภาวนา "The art of happiness"
วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2552 ณ วัดล่าง (Lower Hamlet) หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส

ถอดความ : ปิยะนุช วัฒนาศิริธนวงษ์
แปลโดย : ไชยยันต์ ธนไพศาล – จิตเจษสฤษดิ์

Plum Village | Village des Pruniers | Deer Park Monastery | Green Mountain Center | Blue Cliff Monastery | Làng Mai | Help Bat Nha

หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
   
สอบถามข้อมูลข่าวสารได้ที่ E-mail: awakeningsource@yahoo.com  
  ติดต่อผู้ดูแล website ได้ที่ E-mail: chakhi_chirachit@yahoo.com  

ปรับปรุง : 07/05/2553

www.thaiplumvillage.org