หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
do not hurry ธรรมบรรยาย โดย ติช นัท ฮันห์
     ฉันได้มาถึงแล้ว : หน้าแรก > ธรรมบรรยาย > ธรรมบรรยายโดยท่านติช นัท ฮันห์> หนทางแห่งอุดมคติของหนุ่มสาว
ธรรมบรรยายโดย ท่านติช นัท ฮันห์
หนทางแห่งอุดมคติของหนุ่มสาว
ตอนที่ 1 | 2
ท่านติช นัท ฮันห์

     ธรรมสวัสดีสังฆะที่รัก วันนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับการเตรียมเข้างานภาวนาภาคฤดูร้อน การเดินทางไปเวียดนามของฉันครั้งนี้ สิ่งที่เป็นเรื่องที่น่าประทับใจที่สุดคือ บรรดานักบวช หนุ่มสาวที่อายุยังน้อย ภิกษุ ภิกษุณีและเณรใหม่ที่นั่นสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก ภายในหนึ่งปีหลังจากที่ฉันจากไป เมื่อฉันได้มีโอกาสกลับไปเวียดนามอีก ฉันพบว่าใน ระยะเวลาเพียง 1 ปี บรรดาภิกษุ ภิกษุณี สามเณร สามเณรีเติบโตขึ้นเร็วมาก เหมือนกับ พวกเขาได้อยู่ที่หมู่บ้านพลัมถึง 3 ปี ที่เขาเติบโตได้เร็วขนาดนั้น เป็นเพราะพวกเขามี สิ่งแวดล้อมที่พร้อม บรรดาพระภิกษุและภิกษุณีส่วนใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง และต้อง เป็นผู้ใหญ่ เนื่องจากไม่มีพระผู้ใหญ่มาคอยดูแล พระภิกษุและภิกษุณีเหล่านั้นจึงไม่สามารถ ทำตัวเป็นพระบวชใหม่ เป็นพระน้อยๆ เป็นเณรน้อยๆ ได้อีก นั้นทำให้ภิกษุ ภิกษุณี และเณร ที่เวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็วมาก บางทีเราอาจจะส่งพระที่หมู่บ้านพลัมไปที่เวียดนาม เพื่อให้พวกเขาเติบโตเร็วยิ่งขึ้น


เรื่องเล่าของคนหนุ่มสาว

     การเดินทางไปภาวนาที่เวียดนามครั้งนี้ ภิกษุและภิกษุณีจัดการงานต่างๆ ได้อย่างดีมาก เราควรปล่อยให้พระรุ่นใหม่เป็นผู้จัดการงานและทำงานบริหาร โดยมีพระผู้ใหญ่อยู่ข้างหลัง คอยสนับสนุนและให้คำปรึกษา เมื่อบรรดาพระภิกษุ ภิกษุณี และคนหนุ่มสาวมีโอกาส ทำงานด้วยกัน พวกเขาเหมือนเป็นพี่น้อง ช่วยเหลือกันซึ่งกันและกัน เมื่อพระธรรมาจารย์ 40 รูป มีโอกาสได้นั่งสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการทำงาน พวกเขาสนทนากันด้วยความรักฉันท์ พี่น้อง ไม่มีการแข่งขัน แก่งแย่ง อิจฉา ตำหนิ หรือกลั่นแกล้งกัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสี่งที่งดงาม และหาได้ยากในประเทศเวียดนาม ฉันชื่นชมการประชุมของธรรมาจารย์ในเวียดนาม ฉันเห็น พระหนุ่มสาวทำงานด้วยกันด้วยความสมานฉันท์ ด้วยความรักฉันท์พี่น้อง และนี่เป็นสิ่งที่ น่าประทับใจมาก


     ฆราวาสหนุ่มสาวที่อยู่ในโลกข้างนอกมีโอกาสเข้าร่วมงานภาวนาที่วัดปรัชญา และวัดบังอาน ที่ฮานอย คนหนุ่มสาวเหล่านั้นมีการ ศึกษา เรียนจบมหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ตามประเพณีดั่งเดิม เวลาที่คนหนุ่มสาวเข้าวัดเพื่อฟังธรรมะ พวกเขาจะต้อง นั่งข้างหลังผู้ใหญ่ คือด้านหลังห้อง ในงานภาวนาสำหรับคนหนุ่มสาวที่วัดบังอาน ฮานอย แม้ว่าจะเต็มไปด้วยคนแก่ แต่เนื่องจากฉัน ต้องการมอบธรรมบรรยายให้กับคนหนุ่มสาว ฉันจึงเรียกพวกเขาขึ้นมานั่งข้างหน้า คนหนุ่มสาวจึงได้ขึ้นมานั่งด้านหน้า และทุกคนก็ เต็มใจที่จะกระทำเช่นนั้น

     บรรดาพระหนุ่มสาวจากหมู่บ้านพลัมได้ทำงานร่วมกันกับคนหนุ่มสาวที่มาร่วมงานภาวนา พวกเขานั่งร่วมกัน ร้องเพลงภาษาอังกฤษ และเวียดนามด้วยกัน บรรยากาศในตอนนั้นเป็นบรรยากาศที่น่ารักและเป็นครอบครัวเดียวกัน มีความสามัคคี มีความกลมกลืนระหว่าง นักบวชและฆราวาส ทำให้พวกเขาประทับใจที่พบเห็นพระหนุ่มสาวที่มีความสดใส น่ารัก เหมือนอย่างคนหนุ่มคนสาว เมื่อใกล้จบงาน ภาวนา คนหนุ่มสาวรู้สึกเสียใจและไม่อยากจะให้จบงานภาวนา คนหนุ่มสาวที่อยู่ในสังคมปัจจุบัน พวกเขามีความทุกข์ ความอึดอัด ความยากลำบากมากมาย ในสิ่งแวดล้อม ครอบครัว สังคม ที่ทำงาน และกลุ่มเพื่อน เวลาที่เขาได้มางานภาวนา เขาได้เรียนรู้วิธีที่จะ แก้ไขปัญหา ความคับข้องใจ และความยากลำบากที่มีอยู่ในตัวเขา การฝึกปฏิบัติทำให้ความโกรธ ความอึดอัด และความคับข้องใจ น้อยลง คนหนุ่มสาวมากมายสนใจการปฏิบัติ เพื่อที่เขาจะสามารถช่วยครอบครัวและสังคมได้

     คนหนุ่มสาวเห็นคุณค่าของงานภาวนาที่เราจัด และอยากจัดงานภาวนาสำหรับคนหนุ่มสาวเช่นนี้ทุกๆ เดือน หลวงแม่ดั่งเงียมได้จัด วันแห่งสติที่เมืองฮานอยทุกๆ เดือน และต้องการจัดงานภาวนาสำหรับคนหนุ่มสาวด้วย แต่ว่านักบวชที่วัดปรัชญาและวัดตือเหียว ที่เมืองเว้ มีเรื่องต้องดูแลปัญหาภายในวัดและท้องถิ่นของตนเอง พวกเขาจึงไม่สามารถมาช่วยงานภาวนาที่ฮานอยได้ ตอนนี้เรายัง ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยคนหนุ่มสาวในเวียดนามได้มากขึ้น เพราะแม้ว่าเราจะมีพระธรรมาจารย์มากมาย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เราต้องการนักบวชมากขึ้น พระธรรมาจารย์มากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เกิดขึ้นในสังคมโลกในปัจจุบัน เรายังไม่สามารถ ทำสิ่งนั้นได้สำเร็จ เรายังไม่สามารถทำตามที่เราปรารถนา เรายังไม่สามารถสร้างนักบวชและธรรมาจารย์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธรรมาจารย์ที่เป็นคนหนุ่มสาว วิธีที่เราจะช่วยคนหนุ่มสาว เราจะต้องสร้างพระธรรมาจารย์หรือฆารวาสธรรมาจารย์ที่เป็นคนหน่มสาว ให้มีมากขึ้น ตามประสบการณ์ของหมู่บ้านพลัมนั้น การฝึกปฏิบัติเพียงแค่ปีเดียว เราสามารถช่วยคนได้มากมาย เราสามารถช่วย หลวงพี่ใหญ่นำการสอน เมื่อเราออกไปจัดกิจกรรมภาวนา เราจะได้เรียนรู้และเติบโตมากยิ่งขึ้น เราจะได้ยินความทุกข์ ความยาก ลำบากของพวกเขา เราจะได้ฝึกมองอย่างลึกซึ้ง เราจะได้สังเกตหลวงพี่ใหญ่นำการภาวนาและหาวีธีแก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้ทำให้เรา เรียนรู้มากมาย เพราะฉะนั้นที่หมู่บ้านพลัมจึงไม่เพียงแต่ฝึกปฏิบัติในวัดหรือในห้องเรียนเท่านั้น แต่เราต้องฝึกข้างนอก ฝึกที่จะให้ สัมผัสกับสังคมภายนอกด้วย

     ในประเทศเวียดนาม เรามีปัญหาเรื่องของความหวาดระแวง ความกลัว ความอยาก ความโลภ และการคอร์รัปชั่น ทำให้เราจัด งานภาวนาได้ยากลำบากกว่าจัดงานในประเทศตะวันตกมาก แต่ว่าเราก็สามารถจัดงานภาวนาได้อย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ มีคุณค่ามาก แม้ว่าเราจะต้องประสบปัญหา เพราะพวกเขาต้องการให้เราจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือติดสินบนเพื่อจัดงานภาวนา แต่เราก็ปฏิเสธ ที่จะทำเช่นนั้น และเราก็สามารถจัดงานภาวนาจนได้

     ในปีนี้เราพยายามรณรงค์จัดงานยุวพุทธ เพื่อรวบรวมกลุ่มเยาวชนคนหนุ่มสาวในพุทธศาสนาจากทั่วโลก ทั้งคนหนุ่มสาวที่เป็น นักบวชและคนหนุ่มสาวที่เป็นฆารวาส พวกเขาจะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติในสิ่งที่เป็นรูปธรรม สัมผัสได้ และติดดิน สามารถนำไปใช้ ในครอบครัว สังคม ทำให้สังคมมีความสุข มีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ มีความเมตตาและกรุณามากขึ้น การฝึกปฏิบัติของคนหนุ่มสาว จะช่วยทำให้สังคมของเรามีความสุข มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมากขึ้น

     ในประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ และเวียดนาม เราเริ่มมีการเคลื่อนไหวของคนหนุ่มสาว ชื่อ Wake up และมีการจัดตั้งกลุ่มที่คล้าย กลุ่มยุวพุทธ ชื่อ เยาวชนชาวพุทธ (และไม่ใช่ชาวพุทธ) เพื่อสังความสุขภาวะ และเปี่ยมด้วยความเมตตา (YBHCS : Young Buddhists (and non- Buddhists) for a Healthy and Compassionate Society) พวกเขาเป็นกลุ่มเยาวชนคนหนุ่มสาวที่สร้างสังคม ที่มีความสุข สมบูรณ์ และมีสุขภาวะที่ดี สุขภาวะที่ดีหมายถึง การมีสุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ เราตั้งใจสร้างคนหนุ่มสาวแบบนั้น ขึ้นมาเพื่อทำให้สังคมดีงาม และมีความรักความเมตตามากขึ้น


วิถีทางแห่งความสุข

     หลวงปู่พูดถึงในแง่พุทธศาสนา คำว่า Well Being คือ ความเป็นสุข ความเป็นปกติ ความไม่เป็นทุกข์ เราจะเห็นได้ว่าสังคมในปัจจุบันนั้นไม่ได้เป็นสังคมที่เป็นสุข หรือเป็นปกติ เรามีความทุกข์ ความรุนแรง เรามีความทุกข์กาย ความพิการ โรคภัยไข้เจ็บ นี่ไม่ใช่เรื่อง ของปัจเจกบุคคล เฉพาะบุคคล หรือเฉพาะมนุษย์เท่านั้น แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับ โลกทั้งโลก กับจักรวาลทั้งหมด เพราะโลกทั้งโลกและจักรวาลมีความเจ็บป่วย จักรวาลและ โลกของเรามีสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ถ้าเราไม่อยากให้ตัวเราป่วย เราต้องหาวิธี ที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมและโลกของเราไม่ป่วย เพราะเราทั้งหมดเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน มนุษย์จึงต้องโอบรับดูแลพืชพันธุ์ สัตว์นานา แร่ธาตุทุกชนิด และสิ่งแวดล้อมด้วยความรัก ความเมตตา

     เวลาที่เราจัดงานภาวนาสำหรับคนหนุ่มสาว เราจะต้องหลีกเลี่ยงความคิดที่จะบำบัดเยียวยา ดูแลตัวเอง การที่จะบำบัดเยียวยาดูแลตัวเองก็คือการดูแลครอบครัว สังคม สรรพชีวิต พืชพันธุ์ และสัตว์นานาชนิด อย่างเช่น ปัญหาโลกร้อนก็คือความเจ็บป่วยของพื้นโลก ปรากฎการณ์ที่ เกิดขึ้นเช่น แผ่นดินไหว สึนามิ พายุเฮอร์ริเคน พายุไซโคลน ที่เกิดขึ้นมากมายในหลายปี ที่ผ่านมา คือความเจ็บป่วยของพื้นโลก มนุษย์มีความเจ็บป่วยอยู่แล้ว และปัจจุบันพื้นโลก ของเราก็กำลังเจ็บป่วย สังคมของเราก็กำลังเจ็บป่วย เพราะฉะนั้น เราจะต้องส่งทอดความคิด และอุดมคติให้แก่คนหนุ่มสาวถึงวิธีที่จะช่วยให้โลกของเราเป็นสุข มีความสมบูรณ์ และกลับมา ปกติ งดงามอีกครั้ง

     ในทางพุทธศาสนาแล้ว เมื่อพูดถึงอริยสัจ 4 ข้อแรกก็คือ Ill Being หรือว่า ความไม่สบาย ความไม่ปกติ หรือที่เรียกว่า ความทุกข์ แต่หลังจากที่เราเห็นรากของมัน เราจะเห็นทางที่จะแก้ไขทุกข์ เรามักจะเรียกข้อนี้ว่าการดับทุกข์ และมันก็จะกลายเป็นข้อที่สาม คือ Well Being ก็คือความสบายดี ความปกติ หลวงปู่มักจะเรียกว่าความสุข อริยสัจข้อที่ 4 จึงแปลว่า วิถีทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ หรือ วิถีทางที่นำไปสู่ความสุข หรือที่เรียกว่า มรรค 8 นั่นเอง เราจะต้องสอนคนหนุ่มสาวให้ได้รู้วิธีที่จะมีอุดมคติ ความคิดที่นำไปสู่หนทาง แห่งความสุข ความปกติ การดูแลตัวเอง ครอบครัว สังคม พื้นโลก และสิ่งแวดล้อมให้กลับมาเป็นปกติสุข

     หนทางพุทธศาสนาก็คือหนทางแห่งการตื่นรู้ คำว่า "พุทธะ" ก็คือการตื่นรู้ เราตื่นรู้เพื่อที่จะตระหนักถึงความเป็นจริง ความเป็นจริง ที่รู้ว่าเรากำลังเจ็บป่วย มนุษย์เรากำลังเจ็บป่วย โลกของเรากำลังเจ็บป่วย ตื่นรู้เพื่อให้เห็นความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ มนุษย์ของเรา เจ็บป่วยและผอมลีบ เพราะว่าเรามีวิถีชีวิตที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยเหล่านั้น เราต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อนำความสุข ความ ปกติมาสู่พื้นโลก นี่เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายมาก พุทธศาสนาคือหนทางของการตื่นรู้ ตื่นรู้กับความเป็นจริง ไม่ใช่หนทางที่ทำให้เราฝัน ถึงสวรรค์ แต่เราจะต้องเห็นหนทางที่จะตื่นรู้ว่าเรากำลังเป็นทุกข์ มนุษย์และพื้นโลกกำลังเจ็บป่วยเป็นโรค เราจะต้องช่วยเดี๋ยวนี้ ในปัจจุบันนี้ เราไม่ควรจะวิ่งหาสิ่งต่างๆ ในอนาคตที่เป็นสรวงสวรรค์ หรือว่าหนีเข้าไปอยู่ในดินแดนแห่งสวรรค์ เราจะต้องตื่นรู้ใน ปัจจุบันนี้ว่าโลกกำลังเจ็บป่วยและเราก็กำลังเจ็บป่วย ฉะนั้น องค์ประกอบที่เราเรียกว่าตื่นรู้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราจะต้องตื่นขึ้น

     ในวันแรก สิ่งที่เราสอนคนหนุ่มสาวก็คือ Buddha is not a God พระพุทธเจ้าไม่ใช่พระเจ้า ท่านไม่ใช่ผู้สร้างโลก พระพุทธเจ้าก็คือ มนุษย์ คือคนทั่วไปเหมือนพวกเรา มีความทุกข์ ความยากลำบาก ความคับข้องใจ และมีความสามารถที่จะผ่านพ้นความยากลำบาก เหล่านั้น และค้นพบหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงได้ ถ้าเกิดพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เราซึ่งเป็นมนุษย์คนหนึ่งก็สามารถทำได้ เช่นกัน ท่านได้แสดงให้เห็นถึงหนทางและวิถีชีวิตของพุทธศาสนา ซึ่งก็คือหนทางแห่งการดำเนินชีวิตไปสู่ความสุข ความปกติ และ ความสุขที่แท้จริง เพื่อชี้นำให้มนุษย์ทั้งโลกดำเนินไปสู่หนทางที่เป็นปกติสุข ถ้าเราช่วยรณรงค์ให้เกิดการเคลื่อนไหวของคนหนุ่มสาว ตั้งกลุ่มคนหนุ่มสาวเพื่อช่วยสร้างสรรค์สังคมที่ประกอบไปด้วยความรักความเมตตา นั้นคือสิ่งที่เราจะต้องบอกคนหนุ่มสาวให้รู้ ...๐

ตอนที่ 1 | 2


"หนทางแห่งอุดมคติของหนุ่มสาว"
ปาฐกถาธรรม วันที่ 26 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2551 วัดล่าง หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส

แปลโดย : ภิกษุณีนิรามิสา
ถอดความ : เจริญ ตรงวรานนท์ – จิตตปัญญา, อริสา สุมามาลย์
เรียบเรียง : พรรัตน์ วชิราชัย - วรจิตรา

Plum Village | Village des Pruniers | Deer Park Monastery | Green Mountain Center | Blue Cliff Monastery | Làng Mai | Help Bat Nha

หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
   
สอบถามข้อมูลข่าวสารได้ที่ E-mail: awakeningsource@yahoo.com  
  ติดต่อผู้ดูแล website ได้ที่ E-mail: chakhi_chirachit@yahoo.com  

ปรับปรุง : 05/05/2552

www.thaiplumvillage.org