หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
do not hurry
     ฉันได้มาถึงแล้ว : หน้าแรก > ธรรมบรรยาย > ธรรมบรรยายโดยท่านติช นัท ฮันห์> นั่งอยู่ในสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ (ตอนที่ 1)
ธรรมบรรยายโดย ท่านติช นัท ฮันห์
การงานเพื่อความสุข
ตอนที่ 1 | 2 | 3
ท่านติช นัท ฮันห์

     ในขณะที่เรากำลังนั่งอย่างสงบ นั่งอย่างศานติ มีสามสิ่งที่เราต้องประสานเข้าด้วยกัน สิ่งแรกคือกาย สิ่งที่สองคือใจ สิ่งที่สามคือลมหายใจ - ใจ กาย และลมหายใจ

     บางครั้งกายของเราอยู่ตรงนี้แต่ว่าใจได้วิ่งไปที่อื่นแล้ว ใจของเราวิ่งไปยังอนาคต วิ่งไปในอดีต และติดอยู่กับความกังวล ความเศร้า ความโกรธ ความอิจฉา ความกลัว ไม่มีศานติ ไม่มีความสงบ ถ้าเราต้องการที่จะนั่งอย่างสงบ เราต้องนำใจกลับมาหากาย

     เราสามารถนำใจกลับมาหากายได้อย่างไร พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ใน พระสูตรว่าด้วยการหายใจ อย่างมีสติว่า เราจำเป็นต้องรู้วิธีการใช้ลมหายใจ เมื่อเราหายใจเข้า เรานำใจกลับมาที่ลมหายใจ หายใจเข้า ฉันตระหนักรู้ว่าฉันกำลังหายใจเข้า แทนที่เรามัวแต่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เราเพียงนำใจกลับมาสู่กายเพื่อที่เราสามารถใส่ใจกับลมหายใจได้

     พระสูตรนี้มีอยู่ในประเทศเวียดนามตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่สาม สมัย พระอาจารย์เซน ตัง ฮอย ซึ่งเป็นสังฆราชองค์แรกของนิกายเซนในเวียดนาม และพระสูตรนี้เป็นหนึ่งในพระสูตรพื้นฐาน ที่มักใช้ ในการฝึกปฏิบัติสมาธิ หายใจเข้า ฉันรู้ว่าฉันกำลังหายใจเข้า หายใจออก ฉันรู้ว่าฉันกำลังหายใจออก เป็นแบบฝึกหัดแรกในแบบฝึกหัดทั้งสิบหกบท ของพระสูตรว่าด้วยการหายใจอย่างมีสติ ที่ฉันได้แปล จากภาษาบาลีและภาษาจีนเป็นภาษาเวียดนาม และถูกตีพิมพ์ในหลายๆ ภาษา

     ในวันที่ฉันค้นพบพระสูตรว่าด้วยการหายใจอย่างมีสติ ฉันมีความสุขมาก เป็นพระสูตรที่มหัศจรรย์ สำหรับการฝึกปฏิบัติสมาธิ หากเราฝึกปฏิบัติอย่างเต็มหัวใจ เพียงไม่กี่สัปดาห์เราก็สามารถนำศานติและ ความสุขกลับมาสู่กายและใจของเราได้



การฝึกปฏิบัติแห่งพระพุทธองค์

     ที่หมู่บ้านพลัมเรามีคาถา เป็นบทกลอนสั้นๆ ที่เราท่องจำกันมีเพียงไม่กี่คำ

  เข้า
ลึก
สงบ
ยิ้ม
ปัจจุบันขณะ
ออก
ช้า
สบาย
ปล่อยวาง
เวลาอันประเสริฐ

     ในแบบฝึกหัดแรก "เข้า ออก" หมายถึง หายใจเข้า ฉันรู้ว่าฉันกำลังหายใจเข้า หายใจออก ฉันรู้ว่าฉันกำลังหายใจออก

     ในแบบฝึกหัดที่สอง "ลึก ช้า" หมายถึง หายใจเข้า ฉันเห็นลมหายใจเข้าลึกขึ้น หายใจออก ฉันเห็นลมหายใจออกช้าลง ในตอนเริ่มต้นลมหายใจของเราสั้นมาก แต่ถ้าเราตามลมหายใจอย่างต่อเนื่องสักครู่ โดยธรรมชาติแล้วลมหายใจเข้าของเราก็จะ ช้าลง ลึกขึ้น และลมหายใจออกก็ช้าลง ผ่อนคลายมากขึ้นด้วย

     สิ่งนี้เป็นการฝึกปฏิบัติของเรา เพียงเมื่อเราต้องการเล่นกีตาร์ เราก็ต้องฝึกปฏิบัติทุกวัน หรือถ้าเราต้องการเรียนรู้ที่จะเล่นเทนนิส เราก็ต้องฝึกปฏิบัติเพื่อที่จะเป็นนักเล่นเทนนิสที่ดี เราจึงต้องฝึกปฏิบัติการหายใจของเรา หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงของการฝึกปฏิบัติ เราก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว แล้วเราก็สามารถนั่งอย่างสงบได้เช่นเดียวกับพระพุทธองค์ สมดังที่เป็นสาวกของท่าน

     เป็นเวลานานมาแล้วที่เราไปวัดเพื่อทำการถวายเครื่องบูชาเท่านั้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอ เราต้องเรียนรู้คำสอนของพระพุทธองค์ การฝึกปฏิบัติเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ต้องการส่งผ่านมาสู่เรา



หายใจเพื่อพ่อและแม่ของเรา

     เราไม่ได้ฝึกปฏิบัติเพื่อที่จะมีความสุขในอนาคต แต่เราฝึกปฏิบัติเพื่อที่จะ มีความสุขในขณะปัจจุบัน เมื่อเรากำลังนั่งอย่างสงบ เราควรมีความสุขตอนที่ เรากำลังนั่ง เมื่อเรากำลังเดิน เราควรมีความสุขตอนที่เรากำลังเดิน เรานั่งอยู่ กับลมหายใจเพื่อให้กายสามารถสงบได้ และใจก็จะสงบไปด้วย เราเรียกว่า การนั่งสมาธิ เมื่อเรารู้ว่าจะเดินอย่างไรให้ก้าวย่างได้อย่างบางเบาและนุ่มนวล นั่นเรียกว่า การเดินสมาธิ

     ในศูนย์ปฏิบัติธรรมที่ฝึกปฏิบัติตามแนวทางของหมู่บ้านพลัม เราเดินอย่าง ศานติ ราวกับว่าเรากำลังเดินในดินแดนแห่งพระพุทธองค์ เราไม่คุยกันระหว่าง ที่กำลังเดิน หากเราจำเป็นต้องพูดอะไรบางอย่าง เราก็หยุดเพื่อจะพูดสิ่งนั้น แล้วเราก็เดินต่อไป ถ้าเธอมาเยี่ยมหมู่บ้านพลัม หรือวัดเดียร์พาร์ค หรือ ศูนย์ปฏิบัติธรรมกรีนเมาท์เทน หรือวัดปรัชญา หรือวัดตื่อฮิ้ว เธอจะเห็นว่า พระภิกษุและพระภิกษุณีในที่เหล่านี้ไม่คุยกันระหว่างที่เดิน พวกเขาใส่ใจอยู่กับ แต่ละย่างก้าวของพวกเขา และ ย่างก้าวนั้นก็ตามลมหายใจอยู่เสมอ

 
เดินสมาธิ

     เมื่อเธอมาใช้ชีวิตอยู่กับพระภิกษุและพระภิกษุณี แค่เพียงยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอก็สามารถที่จะเรียนรู้วิธีเดินและนั่ง ได้เช่นเดียวกับ พระภิกษุและพระภิกษุณีเหล่านั้น ศานติและความสุขจะฉายแสงเมื่อเรากำลังนั่งและกำลังเดิน เมื่อเราฝึกปฏิบัติอย่างถูกต้อง ศานติ และความสุขจะมีในวันนี้ เราไม่ต้องการที่จะคอยจนถึงวันพรุ่งนี้ ฆารวาสผู้ฝึกปฏิบัติซึ่งมาเข้าร่วมงานภาวนากับเรา จะได้เรียนรู้ถึง การหายใจและการนั่ง และเรียนรู้วิธีที่จะใส่ใจกับย่างก้าวของเขาเหล่านั้นในชั่วโมงแรกของการปฐมนิเทศ

     ขณะที่เราอยู่ในประเทศเวียดนามนี้ เราจะเสนอการสอนเหล่านี้ในช่วงงานภาวนาของพระและของฆารวาสอย่างเดียวกัน ดังนั้น ทุกคนจะได้เรียนรู้ถึงการนั่งสมาธิ การเดินสมาธิ และการตามลมหายใจอย่างมีสติ

     "เข้า ออก ลึก ช้า สงบ สบาย ยิ้ม ปล่อยวาง" แบบฝึกหัดที่สี่ คือ "ยิ้ม ปล่อยวาง"

     หายใจเข้าฉันรู้สึกสงบ ฉันรู้สึกถึงสัมผัสแห่งการมีชีวิตที่เป็นสุข หายใจออกฉันรู้สึกเบาสบาย คือสิ่งที่เราเรียกว่าความคลายกังวล - หนึ่งในเจ็ดปัจจัยแห่งการตรัสรู้ เมื่อเราฝึกปฏิบัติมาถึงแบบฝึกหัดที่สาม เราจะรู้สึกสงบและสบาย เมื่อเราหายใจเหมือนกับว่าไม่ใช่ แค่เพื่อตัวเรา แต่เรากำลังดำเนินตามรอยพระพุทธองค์ เราก็กำลังหายใจเพื่อพ่อและแม่ในตัวเราด้วย เมื่อเราฝึกปฏิบัติได้เช่นนั้น มันช่างเบิกบานอย่างมาก

     บ่อยครั้งที่ฉันเขียนถ้อยคำเหล่านี้ เพื่อให้พระหนุ่มสาวสามารถส่งภาพอักษรเป็นของขวัญให้กับพ่อแม่ของเขาได้ "ฉันก้าว แต่ละก้าวอย่างอิสระเพื่อพ่อ" "ฉันหายใจอย่างอ่อนโยนและศานติเพื่อแม่" เมื่อเราปฏิบัติเช่นนี้ได้ เราก็ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับคนใน ครอบครัว บรรพบุรุษ และคนในประเทศชาติของเราด้วย ไม่ใช่แค่ตัวเราเท่านั้น ...๐

ตอนที่ 1 | 2 | 3


บทความนี้เป็นปาฐกถาธรรมที่ท่านติช นัท ฮันห์ ได้แสดงเป็นครั้งแรกเนื่องในการเยือนประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 ณ วัดฟับเวิง ในเมืองโฮจิมินห์ โดยคัดจากตอนท้ายของบทปาฐกถาธรรม รวมทั้งคำถามจากผู้ที่เข้าฟังและคำตอบของ
ท่านติช นัท ฮันห์ ท่านสามารถรับฟังปาฐกถาธรรมนี้แบบครบถ้วน ได้ที่ www.dpcast.org ในหัวข้อ "Mindfulness and Healing in Vietnam"
แปล : ชีวาจิตรา
เรียบเรียง : ภิกษุณีนิรามิสา

Plum Village | Village des Pruniers | Deer Park Monastery | Green Mountain Center | Blue Cliff Monastery | Làng Mai

หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย
   
สอบถามข้อมูลข่าวสารได้ที่ E-mail: awakeningsource@yahoo.com  
  ติดต่อผู้ดูแล website ได้ที่ E-mail: chakhi_chirachit@yahoo.com  

ปรับปรุง : 29/06/2551

www.thaiplumvillage.org