วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2550 เวลา 18.00 น. 21.00 น. ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ได้แสดง ปาฐกถาธรรม ในหัวข้อ "สู่ศานติสมานฉันท์: ความรักอันไม่แบ่งแยก" ท่านได้พูดถึงปัญหาการก่อการร้ายและความรุนแรงในภาคใต้ ทางออกอย่างสันติวิธีเดียว คือ การฟัง อย่างลึกซึ้งและสร้างความเข้าใจระหว่างกันกับเพื่อนชาวมุสลิม
|
|
"ชาวพุทธเปรียบดั่งมือขวา ชาวมุสลิมเปรียบดั่งมือซ้าย เราเป็นดั่งพี่น้องกัน หากเรา ทำให้อีกฝ่ายทุกข์ เราก็ย่อมเป็นทุกข์ด้วย" พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์กล่าว
ท่านกล่าวต่อไปว่า ในอดีตนั้นชาวพุทธและชาวมุสลิม เคยดูแลและอยู่ร่วมกันอย่าง สันติสุขได้ ปัจจุบันและในอนาคตก็ย่อมเป็นไปได้ เช่นกัน
|
"การที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติ มิใช่เพราะเราต่างเป็นชาวพุทธเหมือนกัน ฉันเห็นชาวพุทธมากมายมิได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่การอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสันตินั้น มีรากฐานจากความเข้าใจและความรัก หากปราศความเข้าใจ ย่อมไม่มีความรักความเมตตาต่อกัน ความรัก ความเมตตาต่อกัน มีพื้นฐานจากการฝึกปฏิบัติ และ ความเข้าใจ"
ท่านให้ความคิดเห็นว่า พี่น้องชาวมุลสิมในประเทศไทยอาจได้ข้อมูลที่ผิด จึงทำให้พวกเขามีความโกรธ ความกลัว ความไม่เข้าใจ พวกเขาได้รับการรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง ความโกรธ และความกลัวมากเกินไป ในขณะที่เมล็ดพันธุ์แห่งความสันติ ความเป็น พี่น้อง ความรัก ความเข้าใจ ไม่ได้รับการรดน้ำอย่างเพียงพอ ฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้คือฝึกการฟังอย่างลึกซึ้ง ใช้วาจาแห่งสติ และเริ่มฟื้นฟู ความสัมพันธ์
"เราควรจัดให้มีฟอรั่มของชาวพุทธ ชาวมุสลิม โดยเชิญทุกฝ่าย รวมทั้งคนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนมาร่วมงาน เพื่อให้เขามี โอกาสได้แลกเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง ความกลัว ความโกรธ ความเศร้า และความคิดของเขา เราต้องมีความสามารถในการฟังอย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ฟัง เราอาจตระหนักว่าเราได้ทำสิ่งที่ไม่ดีมากมาย เราสามารถกล่าวขอโทษได้ การทำเช่นนี้ทำให้ความกลัว ความโกรธ ความ รุนแรง ความคิดเห็น ที่ผิดค่อยๆ คลายออกทีละเล็กทีละน้อย"
ท่านกล่าวต่อไปในประเด็นการก่อการร้ายว่า การก่อการร้ายนั้นมีรากฐานจาก "ความคิดเห็นที่ผิด" วิธีการถอนรากความคิดเห็น ที่ผิด คือ การฟังอย่างลึกซึ้งและการใช้วาจาที่มีสติ หาใช่การใช้ลูกระเบิด
ฉะนั้นยิ่งมีการฆ่าฟันมากขึ้นเท่าไหร่ การก่อการร้ายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
"สงครามนั้นไม่เคยสัมฤทธิ์ผล" ท่านกล่าว
|
หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 911 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาฯ พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ได้กล่าว บรรยายธรรม เตือนชาวอเมริกาว่า
"อย่าปล่อยให้ความโกรธและความกลัว กลายเป็นการกระทำอันรุนแรง แต่ขอให้เธอกลับมา ตามลมหายใจ เดินอย่างมีสติ ตระหนักรู้ถึงความโกรธ โอบอุ้มความโกรธนั้น และสร้างสันติภายใน ตนเอง พร้อมกลับมาถามตนเองว่า เหตุใดพวกเขาจึงทำกับเราเช่นนี้ เราได้ทำอะไรให้เขารู้สึกว่า เราอยากจะทำลายเขาหรือไม่?"
แต่ธรรมะบรรยายของท่านก็หาได้ส่งไปถึงชาวอเมริกันทุกคน หลังจากนั้นอเมริกันและอิรัก ได้ทำสงครามกัน และพวกเขาต่างทุกข์ทรมาน
"ฉันอยากให้ชาวพุทธและชาวมุสลิมเรียนรู้ความทุกข์จากสงครามนี้ และไม่พยายามเดินตาม เส้นทางดังกล่าว"
|
|
|
|
|
|
เรื่องเล่าจากพระอาจารย์ติช นัท ฮันห์
ท่านเล่าว่าที่หมู่บ้านพลัมเองเคยจัดงานภาวนาให้ชาวยิวและชาวปาเลสไตน์ ในช่วงแรกนั้นเป็นการยากที่ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ร่วมกัน พวกเขามีความกลัว ความโกรธ ความระแวงสงสัย ความไม่เข้าใจในกันและกัน เราให้เขาฝึกเดินอย่างมีสติ นั่งสมาธิ ตระหนักถึงความทุกข์ ความเจ็บปวดของตนเองและผู้อื่น
เมื่อถึงอาทิตย์ที่ 2 หมู่บ้านพลัมได้จัดให้มีช่วงเวลา "การตั้งใจฟังอย่างลึกซึ้งและ วาจาแห่งสติ" เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดและฟังความความกลัว ความโกรธ ความระแวงสงสัย ความไม่เข้าใจของกันและกัน การฟังเช่นนี้ทำให้อีกฝ่ายมีโอกาสได้พูด และมีความทุกข์น้อยลง แม้ว่าคำพูดของเขาอาจจะเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ผิด แต่ก็ขอให้ เราค่อยๆ อธิบายสิ่งที่ถูกให้เขาเข้าใจ วันละเล็กวันละน้อย
หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ ชาวยิวและชาวปาเลสไตน์ มีความเข้าใจและเห็นอก เห็นใจกันมากขึ้น ในที่สุดพวกเขาสามารถเดินจับมือกันได้ ทานอาหารร่วมกัน พูดคุย และออกมาแสดงผลการภาวนา หลังจากงานภาวนาพวกเขากลับไปทำอบรมและ แลกเปลี่ยนเช่นนี้ให้เพื่อนในประเทศพวกเขา
|
|